าไว้กับพวกเขา ในชั่วขณะนั้นก็ราวกับมีม้าร้อยตัววิ่งควบไปพร้อมกัน ทั้งห้าร้อยคนต่างควบม้ามุ่งหน้าไปยังกองทัพหมาป่าผู่ถู
ในระหว่างทาง หลายคนที่ควบม้าไปได้แค่ครึ่งทางก็เลือกที่จะสละม้าทิ้งเสีย เพราะพวกเขาล้วนเป็นชาวยุทธ ถนัดการต่อสู้ด้วยเท้า สำหรับพวกเขาแล้วม้ากลับเป็นภาระมากกว่า
ในขณะที่ชาวยุทธทั้งห้าร้อยคนลงมือ ผู้คนที่มาดูเหตุการณ์ก็พลันพบว่าฝั่งของจางเมิ่งยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย ต้องรู้ว่าบนสนามรบนั้น ทหารม้าที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วจึงจะถือว่าเก่งกาจที่สุด หากหยุดนิ่งอยู่กับที่ ทหารม้าที่ไร้ความคล่องตัวอาจจะสู้ทหารราบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เมื่อหยางหลินเห็นภาพนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าหนุ่ม เจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่?”
หลี่เตายิ้มบางพลางกล่าว
“ท่านอาหยางไม่ต้องรีบร้อน ปล่อยให้เกาทัณฑ์พุ่งต่อไปอีกสักพัก”
ในกลุ่มชาวยุทธ มีบางคนที่เชี่ยวชาญวิชาตัวเบาจึงเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เกือบจะพุ่งมาถึงเบื้องหน้ากองทัพหมาป่าผู่ถูแล้ว และในขณะที่คนเหล่านั้นอยู่ห่างจากกองทัพหมาป่าผู่ถูเพียงแค่สามสิบวา ทันใดนั้นกองทัพหมาป่าผู่ถูก็เริ่มเคลื่อนไหว
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลายคนก็รู้สึกว่ามันสายเกินไปแล้ว ระยะห่างสามสิบวาไม่เพียงพอที่จะให้ทหารม้าเริ่มออกตัว อีกทั้งด้วยความเร็วของฝ่ายตรงข้าม พวกเขาไม่มีทางวิ่งออกไปได้ทันภายในระยะสามสิบวา
แต่สิ่งที่ทุกคนลืมไปก็คือ สัตว์ที่กองทัพหมาป่าผู่ถูขี่อยู่