่ะ”
ทันใดนั้น ทางด้านหลี่เตาพลันเอ่ยปากว่า
“ฝ่าบาท ก่อนจะเริ่มกระหม่อมมีคำถามหนึ่งพะยะค่ะ”
ฮองเต้ขมวดคิ้ว
“มีปัญหาอะไรหรือ?”
หลี่เตาเอ่ยถามตามตรง
“การประลองในครั้งนี้อนุญาตให้มีการบาดเจ็บล้มตายหรือไม่?”
ยังไม่ทันที่ฮองเต้จะเอ่ยอะไร ซุนเชียนก็รีบชิงตอบก่อน
“การก้าวเข้าสู่สนามประลองก็เหมือนกับการก้าวเข้าสู่สนามรบ บนสนามรบนั้นดาบกระบี่ไม่มีตา จะมีที่ไหนที่ไม่มีคนตาย ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่มีความตั้งใจที่จะเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะทดสอบพลังที่แท้จริงได้อย่างไร”
ฮองเต้ไม่ได้ตอบ แต่หันไปมองหลี่เตา
“อู่อันป๋อมีความเห็นอย่างไร?”
หลี่เตาพยักหน้า
“ท่านซุนพูดมีเหตุผล เช่นนั้นงั้นก็ไม่ต้องสนใจเรื่องการบาดเจ็บล้มตายแล้วกัน”
ในสายตาของซุนเชียน หลิวหง และคนอื่นๆ ขณะนี้พวกเขารู้สึกว่าหลี่เตากำลังหวาดกลัว มีเพียงคนกลัวเท่านั้นที่จะคิดถึงเรื่องการบาดเจ็บล้มตาย ดังนั้นพวกเขาจึงมีความมั่นใจมากขึ้น
เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันแล้ว ฮองเต้ก็เอ่ยขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มโดยเร็วเถิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวจงก็เดินไปที่ด้านหน้าแท่นประทับ จากนั้นจึงมองไปทั้งสองด้าน ในชั่วขณะถัดมา เสียงของเขาก็ดังก้องไปทั่วทั้งพื้นที่อันกว้างใหญ่
“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เริ่มการประลองได้!”
เมื่อเสียงของจ้าวจงดังขึ้น ผู้คนของฝั่งซุนเชียนก็พลันคำรามออกมา เสียงนั้นแฝงไว้ด้วยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน เมื่อนึกถึงรางวัลที่ซุนเชียนสัญญ