“การประลองในราชสำนัก?”
“ใช่แล้ว” ฮ่องเต้เล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังโดยคร่าวๆ
องค์หญิงหมิงเยว่ฟังแล้วดวงตาเป็นประกาย “เป็นผู้ว่าการดินแดนทางใต้ที่มีชื่อเสียงคนนั้นหรือ?” พูดตามตรงองค์หญิงหมิงเยว่ไม่ได้สนใจเรื่องผู้ว่าการดินแดนทางใต้หรือเรื่องในราชสำนักมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้นางสนใจคือผู้ว่าการดินแดนทางใต้คนปัจจุบันนั้นก็คือหลีเต้า เพราะนางได้ยินเถียซานเหนียงสหายรักของตนพูดถึงคนผู้นี้ให้ฟังบ่อยๆ ที่สำคัญกว่านั้นคนผู้นี้ยังมีชื่อเดียวกันกับคนนั้นในอดีต
ฮ่องเต้ถามขึ้น “เป็นอย่างไร?”
องค์หญิงหมิงเยว่พยักหน้า “ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะไปดูตามคำเชิญของเสด็จพ่อ”
ในเวลาเดียวกัน ขณะที่ฮ่องเต้กำลังเชิญองค์หญิงหมิงเยว่อยู่นั้น หลังจากเลิกการประชุมราชสำนักแล้ว หลิวหงและคนอื่นอีกสองคนก็รีบไปหาซุนเซียนทันที หลิวหงกล่าวว่า “ท่านซุน พวกเราจะหาคนมาจัดการกับทหารห้าร้อยนายของอู่อันป๋ออย่างไร ฝ่ายตรงข้ากล้าแสดงความมั่นใจถึงเพียงนั้น อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่รับมือได้ง่ายๆ”
ซุนเซียนหยุดเดินแล้วหันหลังกลับมา “เจ้าคิดว่าพวกเราจะใช้ทหารม้าไปจัดการกับทหารใต้บังคับบัญชาของอู่อันป๋อหรือ?”
หลิวหงและอีกสองคนทำหน้างุนงง “ไม่ใช่งั้นหรือ?”
ซุนเซียนแค่นเสียงเย็นชา “พวกเจ้าช่างหมดหนทางเยียวยา ไม่รู้จักปรับเปลี่ยน ใครกำหนดว่าการจัดการกับพวกทหารเหล่านั้นจะต้องใช้ทหารม้าไปต่อกรด้วย”
“แล้วความหมายของท่านคือ…”
“พวก