าข้างอย่างโจ่งแจ้งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของพวกเขานั้น หลีเต้าเป็นแบบฉบับของคนหนุ่มที่หยิ่งผยอง หลังจากที่ได้รับความพ่ายแพ้ก็มักจะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทันใดนั้นเจิ้งกวางก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา จึงกล่าวด้วยความกังวลว่า “ท่านซุน แล้วพวกเราจะรับมือกับอู่อันป๋อผู้นั้นอย่างไร หากข้าจำไม่ผิด เจ้าหนุ่มนั่นมีพลังอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นปลายเป็นอย่างน้อย และในช่วงสามปีที่ผ่านมา เขาอาจจะบรรลุไปถึงระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดแล้วก็ได้ หากไม่มีพลังที่เหนือกว่า การต่อสู้ในครั้งนี้คงจะยากลำบาก”
ซุนเซียนขมวดคิ้ว “พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่ได้ทำความเข้าใจมาก่อนหรือไร? ก็เพราะเข้าใจแล้วข้าถึงได้กล้าตัดสินใจเช่นนี้ สรุปคือพวกเจ้าทั้งสามไม่ต้องจัดการอะไร พวกเจ้าเพียงแค่ทำตามการจัดการของข้าก็พอ หากครั้งนี้ราบรื่นข้าจะรายงานท่านอัครเสนาบดีให้พวกเจ้าได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปอีก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสามคนก็ดีใจยิ่งนัก รีบประสานมือคำนับทันที “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านซุนแล้ว”
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามวันผ่านไปในพริบตา
วันนี้ ณ ลานล่าสัตว์ของราชวงศ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนั้นมีความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเป็นเพียงการประลองเท่านั้น แต่ก็ดึงดูดผู้คนมามากมาย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะทั้งสองฝ่ายที่จะประลองกันไม่ใช่คนธรรมดา ฝ่ายหนึ่งคือกลุ่มคนกี่นำโดยซุนเซียน แม้ว่าภายนอกจะมีซุนเซียนเป็นหัวหน้า แต่ทุกคนต่างรู้กันดี