่องเต้ไม่มีท่าทีของจักรพรรดิหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความรักใคร่ของปู่ที่มีต่อหลานสาวเท่านั้น แม้จะไม่ได้ใช้การตรวจสอบสายเลือด ฮ่องเต้ก็มั่นใจว่าเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์คือหลานสาวของเขา เพราะความรู้สึกของเขาไม่มีทางผิดพลาด ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ในตอนนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับหมิงเยว่ตอนเด็กถึงแปดส่วน ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือมาจากคุณชายเสเพลผู้นั้น แต่เพื่อเห็นแก่เสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ในยามนี้ จะยกโทษให้เขา ในเวลานี้ฮ่องเต้รู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก เสียใจที่ตอนนั้นตัดสินโทษไปอย่างเด็ดขาด แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากฆ่าหลีเต้า แต่เป็นเพราะกังวลว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะรู้เรื่องนี้ในอนาคต
“ทายดูหรือ?” ทันใดนั้นเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์ก็พูดเสียงเบาขึ้นมา “ท่านคือท่านตาฮ่องเต้ใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำว่าท่านตาฮ่องเต้ เขาก็หัวเราะออกมาทันที “เด็กน้อย เจ้าเดาได้อย่างไร?”
“ท่านแม่บอกว่าในวังหลวงทั้งหมด นอกจากนางแล้วมีเพียงท่านตาฮ่องเต้เท่านั้นที่เป็นญาติ และกลิ่นของท่านตาฮ่องเต้ก็คล้ายกับท่านแม่มาก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของฮ่องเต้ก็ชะงักไป เขาเข้าใจความหมายนั้นได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าธิดาของเขาคงจะเดาได้ว่าเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์แล้ว
ในตอนนั้นเองอยู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นในลานเรือน นางกำนัลที่เพิ่งคำนับฮ่องเต้สังเกตเห็นคนที่มาจากด้านหลังจึงรีบหลบทางให้ทันที ร่างขององค์หญิงหมิงเย