กของฮองเต้ถูกเอ่ยออกมา พวกซุนเชียนก็ถึงกับตะลึงไป ไม่ใช่ว่าต้องตำหนิหรอกหรือ เหตุใดจู่ๆ กลับชมเชยขึ้นมาเสียได้
“เดี๋ยวก่อนพะยะค่ะ!”
ซุนเชียนเอ่ยขัดจังหวะอย่างอดไม่ได้
เมื่อเห็นซุนเชียนเป็นเช่นนั้น ฮองเต้ก็ขมวดคิ้ว
“ซุนเชียน เจ้าออกมายืนเช่นนี้ต้องการทำสิ่งใด?”
ซุนเชียนประสานมือกล่าวว่า
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมอยากถามว่าฎีกาที่ท่านอู่อันป๋อกล่าวถึงนั้นเขียนอะไรที่ทำให้ฝ่าบาททรงพอพระทัยถึงเพียงนี้? หากจำไม่ผิด ไม่นานมานี้ผลการตรวจสอบดินแดนทางใต้ที่หลิวหงถวายฝ่าบาทนั้นไม่ได้ระบุว่ามีเรื่องใดที่ควรค่าแก่การชื่นชมจากฝ่าบาท ตรงกันข้ามมันกลับมีปัญหาอยู่มาก ดังนั้นกระหม่อมจึงสงสัยว่าฎีกาของท่านอู่อันป๋อฉบับนี้มีปัญหา”
หลังจากซุนเชียนออกมายืนไม่นาน สามคนที่เคยเดินทางไปยังดินแดนทางใต้อย่างหลิวหงก็รีบออกมายืนเช่นกัน
หลิวหงกล่าวว่า
“ฝ่าบาท ในนี้ต้องมีปัญหาแน่นอน”
ฮัวอวิ๋นเองก็กล่าวขึ้นเช่นกัน
“กระหม่อมได้เห็นดินแดนทางใต้มาแล้ว ฝ่าบาททรงชื่นชมย่อมเป็นเพราะท่านอู่อันป๋อปิดบังบางสิ่ง”
เจิงกวงเอ่ยปิดท้าย
“กระหม่อมเองก็ขอรับรอง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮองเต้ก็ทรงทอดสายตามองทั้งสามคนแวบหนึ่ง แล้วเลื่อนสายตากลับมาที่หลี่เตา
“อู่อันป๋อ เจ้ามีความเห็นอย่างไรกับคำพูดของพวกเขาทั้งสาม?”
หลี่เตากล่าวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“กระหม่อมสงสัยว่าทั้งสามท่านคงเข้าใจกระหม่อมผิดไป”
หลิวหงลุกขึ้นกล่าวทันที
“เข้าใจผิดอะไรกัน ทุกอย่