ะตู ทั้งสองแถวก็เดินผ่านประตูเข้าไปราวกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังจากเข้าสู่พระราชวังแล้ว หลีเตาก็ตอมขบวนขุนนางฝ่ายทหารมาถึงหน้าท้องพระโรงอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นหยางหลินก็หันกลับมาพูดว่า “เจ้าหนูหลี เนื่องจากเจ้าเป็นผู้มารายงานตัวจากภายนอก จำเป็นต้องรอฝ่าบาทเรียกเจ้าเข้าไปในท้องพระโรงเสียก่อน เจ้าจงรออยู่ข้างนอกนี้แหละ”
หลีเต้าพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
เมื่อถึงเวลาเข้าเฝ้า เสียงของขันทีก็ดังขึ้นในท้องพระโรงอย่างรวดเร็ว “ฝ่าบาทเสด็จ”
เมื่อฮ่องเต้ปรากฏตัว เหล่าขุนนางด้านล่างก็ต่างพากันเปล่งเสียงดัง “ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”
ฮ่องเต้พยักหนารับเบาๆ แล้วประทับลงบนบัลลังก์มังกร
จาวจงรีบก้าวออกไปข้างหน้าแล้วกล่าวว่า “มีเรื่องขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”
เสียงเพิ่งจะขาดคำ หยางหลินก็เดินออกมาจากแถวขุนนางฝ่ายทหาร “กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูลฝ่าบาท”
“ว่ามา”
“ฝ่าบาท ระยะเวลาสามปีที่พระองค์ได้กำหนดไว้กับอู่อันป๋อนั้นได้ครบกำหนดแล้วพะยะค่ะ บัดนี้อู่อันป๋อได้เข้าเมืองหลวงมาแล้ว และกำลังรออยู่ที่ด้านนอกท้องพระโรงเพื่อรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อฝ่าบาท”
“เวลาผ่านไปสามปีแล้วหรือ?” ฮ่องเต้แสดงสีหน้า ‘ประหลาดใจ’ จากนั้นก็หันไปพูดกับจาวจงว่า “ในเมื่อคนมาถึงแล้วยังรออะไรอยู่เล็ก รีบเชิญอู่อันป๋อเข้ามาเร็วเข้า”
จาวจงพยักหน้าแล้วประกาศเสียงดังไปยังด้านนอกท้องพระโรงว่า “เชิญอู่อันป๋อเข้าเฝ้า”
ไม่นานเสียงเดียวกันก็ด