งมีสีหน้าดำทะมึนทันใด เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นกลุ่มคนที่สวมชุดขุนนางเหมือนกันยืนอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา ดูจากลวดลายบนชุดขุนนางนั้นแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกขุนนางฝ่ายปกครอง นับตังแต่อดีตฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารต่างเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน แม้แต่ในแคว้นต้าเฉียนเองก็เช่นกัน
“หุบปาก! พูดบ้าอะไรว่าพวกข้าหยาบคาย หากไม่มีพวกข้าตรากตรำออกรบ พวกขี้ขลาดอย่างเจ้าคงไม่มีแม้แต่ไข่ให้เหลือ!”
เมื่อเทียบกับขุนนางฝ่ายปกครองที่พูดจาสุภาพนุ่มนวลแล้ว ขุนนางฝ่ายทหารนั้นตรงไปตรงมามากกว่ามาก เปิดฉากโจมตีกันเป็นการส่วนตัวก่อนเลย เนื่องจากมีการโต้เถียงเกิดขึ้น ไม่นานทั้งสองฝ่ายก็กลายเป็นด่าทอกันโดยตรง
หลีเต้ามองไปยังองครักษ์วังหลวงที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันไปมองหยางหลินที่อยู่ด้านข้าง “พวกเขาเป็นอะไร”
“ไม่มีอะไร เป็นเรื่องปกติ ก่อนเข้าเฝ้าทุกครั้งปกติพวกเขาก็มองหน้ากันไม่ติดอยู่แล้ว หลังจากเข้าเฝ้าก็ต้องรักษามารยาท ดังนั้นก่อนเข้าเฝ้าจึงระบายอารมณ์กันสักหน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้บางคนโมโหจนอกแตกตาย หลังเข้าเฝ้าเสร็จเจ้าก็ชินไปเถอะ”
ผ่านไปสักพักหนึ่ง
หัวหน้าองครักษ์วังหลวงที่ยืนอยู่หน้าประตูพระราชวังได้เอ่ยขึ้นมา “ท่านขุนนางทั้งหลาย ถึงเวลาเข้าเฝ้าแล้ว”
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ในชั่วพริบตาถัดมาเสียงด่าทอทั้งหมดก็หยุดลง จากนั้นขุนนางฝ่ายปกครองและขุนนางฝ่ายทหารต่างก็เข้าแถวแยกกันเป็นสองแถว เมื่อหัวหน้าองครักษ์วังหลวงเปิดปร