ในมุมมองของหยางหลินคาดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหลีเต้าอาจจะมีสถานะและตำแหน่งเหนือกว่าเขา ดังนั้นหากเขาไม่เพิ่มความสัมพันธ์ทางสถานะเผื่อเอาไว้บ้าง ก็อาจรู้สึกอึดอัดเอาในภายหลังได้ แน่นอนว่าหลีเต้าก็สังเกตเห็นเช่นกัน
“ท่านหยาง ท่านแน่ใจหรือที่จะให้ข้าเรียกท่านว่าอาหยาง?”
“ไม่เหมาะสมหรือ?”
“เหมาะสมขอรับ”
“หากเหมาะสมก็ดีแล้ว ต่อไปก็เรียกเช่นนี้”
“ได้ เพียงแคท่านไม่เสียใจในภายหลังก็พอ”
“จะมีอะไรให้ต้องเสียใจกันเล่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลีเต้าก็ยิ้มน้อยๆ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงหวังว่าเมื่อถึงยามตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกเปิดเผยออกไป อีกฝ่ายจะยังคงรับการเรียกขานเช่นนี้ได้อย่างสบายใจ
“ท่านปู่” ในตอนนั้นเองเสียงอ่อนแรงของหยางเหยียนได้ดังขึ้นจากด้านข้าง
“เอ๋?” ในที่สุดหยางหลินก็สังเกตเห็นหลานชายคนโตของตนเอง
หยางเหยียนพูดด้วยสีหน้าอึดอัดว่า “หากหัวหน้าเรียกท่านว่าอาแล้ว เช่นนั้นข้าควรเรียกเขาว่าอย่างไร”
“เจ้านะหรือ?” หยางหลินแค่นเสียงเย็นชา “ตามธรรมเนียมแล้วเจ้าก็ต้องเรียกเขาว่าอาสิ”
หยางเหยียนมีสีหน้าอับจนทันที ด้วยความแข็งแกร่งของหลีเต้าการที่คนอายุสามสิบกว่าปีอย่างเขาจะเรียกอีกฝ่ายว่าหัวหน้านั้นก็ยังจะพอรับได้ แต่หากให้เรียกว่าท่านอาแล้ว ต่อไปเขาจะเชิดหน้าขึ้นต่อหน้าคนอื่นๆ ใต้บังคับบัญชาของหลีเต้าได้อย่างไร
“อาหยางอย่าบังคับเขาเลย ต่างคนต่างเรียกกันตามที่เคยก็พอ”
ไม่นานนักหยางหลินก็