ิสัยค่อนข้างเหมือนเด็กอยู่แล้วจึงเป็นธรรมดาที่จะนั่งไม่ติด
“ได้ งั้นก็ไปเดินเล่นกัน” สามปีแล้วไม่ได้มาเมืองหลวง หลีเต้าเองก็อยากจะดูเมืองหลวงในตอนนี้เช่นกัน
“เย้! คุณชายใจดีที่สุดเลย” ทันใดนั้นอยู่ๆ จิ่วเอ๋อร์ก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ดังนั้นข้าตัดสินใจจะให้รางวัลคุณชาย”
หลีเต้าหัวเราะเบาๆ “สาวน้อยคนนี้มีอะไรดีๆ จะให้รางวัลข้าหรือ”
ใบหน้าน่ารักของจิ่วเอ๋อร์แดงระเรื่อ นางดูเขินอายอยู่บ้างแต่ดวงตาทั้งสองกลับจริงจังขณะพูดว่า “รางวัลของข้าก็คือ ข้าจะอุ่นเตียงให้คุณชายสักครั้ง”
เอ๋?
พอคำพูดนี้หลุดออกมา หลิวซิ่วเอ๋อร์และเหมียวเมียวซินที่อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวมามอง หลีเต้าเองก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดอันกล้าหาญของจิ่วเอ๋อร์ สาวน้อยคนนี้กล้าหาญถึงเพียงนี้แล้วหรือ?
เมื่อเห็นหลีเต้าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง จิ่วเอ๋อร์ก็รู้สึกผิดหวังอยู่ในใจ นางคิดในใจอย่างขุ่นเคืองว่าเจ็บใจนัก ล้มเหลวอีกแล้วหรือ!
แต่ในชั่วขณะถัดมา มือใหญ่ที่คุ้นเคยและอบอุ่นก็วางลงบนศีรษะของนาง จากนั้นเสียงของคุณชายนางก็ดังขึ้นที่ข้างหู “เช่นนั้นคุณชายอย่างข้าก็จะรับรางวัลนี้อย่างไม่เกรงใจแล้ว”
เมื่อเห็นจิ่วเอ๋อร์มีแววตาเหม่อลอย หลีเต้าจึงยิ้มบางพลางกล่าวว่า “เป็นอะไรไป? เปลี่ยนใจแล้วหรือ?”
“ข้าเปล่า!” จิ่วเอ๋อร์โอบแขนของหลีเต้าโดยไม่รู้ตัว นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาน่าเอ็นดู “ข้าไม่ได้เปลี่ยนใจเลย” พูดจบดวงตาของหญิ