่จำเป็นจริงๆ”
“จำเป็นสิ เมื่อมาถึงเมืองหลวงแล้วเจ้าก็จงถือว่าตระกูลหยางของพวกเราเป็นเหมือนบ้านของเจ้าเองเถิด”
หลีเต้ามองสีหน้าจริงจังของหยางหลิน เขาจึงคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตอบว่า “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านอาหยางแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้หยางหลินก็หัวเราะฮ่าๆ “เจ้าหนูเอย จะมาเกรงใจข้าทำไม ตอนที่หลอกให้ข้าพนันเกราะหนักก็ไม่เห็นเจ้าจะเกรงใจอะไรเลย”
หลีเต้ายิ้มบาง “เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น”
“เจ้าหนูเอย ช่างเถอะ กินข้าวกันก่อนดีกว่า ข้าจะมาเถียงกับเจ้าหนูอย่างเจ้าไปทำไมกัน”
ไม่นานหลังจากกินข้าวเสร็จ หยางหลินและหลีเต้าได้สนทนากันอีกพักหนึ่ง จากนั้นก็พาหยางเหยียนไปทดสอบฝีมือที่ลานประลองยุทธ หยางหลินยังอยากชวนหลีเต้าไปด้วยแต่กลับถูกหลีเต้าปฏิเสธ เพราะหากเขาไปจริงๆ สุดท้ายแล้วจะเป็นหยางหลินที่ทดสอบเขาหรือเป็นเขาที่ทดสอบหยางหลินกันแน่ เพื่อรักษาหน้าให้กับ ‘อาหยาง’ ที่เพิ่งรับเป็นญาติใหม่ ก็ปล่อยให้หยางเหยียนไปเป็นเพื่อนเล่นกับเขาเถอะ
ภายใต้การนำทางของสาวใช้จวนตระกูลหยาง ทั้งสี่คนก็ได้มาถึงลานเรือนที่เงียบสงบแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว หลังจากวางสัมภาระและข้าวของต่างๆ ลงชั่วคราวแล้ว จิ่วเอ๋อร์ก็วิ่งมาหาหลีเต้าอย่างตื่นเต้น
“คุณชายเจ้าคะ คุณชายพวกเราออกไปเดินเล่นกันเถอะเจ้าคะ”
จิ่วเอ๋อร์เติบโตมากับหลีเต้าในเมืองหลวงตั้งแต่เด็ก จึงนับได้ว่าเป็นคนเมืองหลวง หลังจากกลับมาที่นี่ในรอบสามปี นางซึ่งมีน