ต่างก็รีบหลบหลีกให้ทางทันที
ไม่นานนัก ปี๋โหยวเอ๋อร์ที่หอบแฮกๆ ก็แทรกตัวมาอยู่ด้านข้างเถียซานเหนียง ท่ามกลางสายตาอิจฉาของผู้คนได้สำเร็จ
เถียซานเหนียงวางงานในมือลง ดวงตาที่เคยเย็นชาพลันอ่อนโยนลงเมื่อเห็นปี๋โหยวเอ๋อร์ นางยกมือขึ้นช่วยจัดผมที่ยุ่งเหยิงข้างหูให้เรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“เหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนี้อีกแล้ว”
“คุณหนู”
ปี๋โหยวเอ๋อร์ตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆ สายตาก็มองไปยังกลุ่มคนนอกลานเรือน เมื่อเห็นเช่นนั้น เถียซานเหนียงจึงเอ่ยว่า
“เอาละ วันนี้พอแค่นี้ก่อน พวกเจ้าไปก่อนเถิด”
หลังทุกคนคำนับกายลาจากไป ก็เหลือเพียงพวกนางสองคน ปี๋โหยวเอ๋อร์จึงค่อยพูดต่อว่า
“คุณหนู ตอนนี้พวกคนชั่วจากจวนอัครเสนาบดีข้างนอกนั้น เริ่มนินทาหัวหน้าหลี่อีกแล้วเจ้าคะ”
เถียซานเหนียงขมวดคิวงาม เอ่ยถามเสียงเบา
“พวกเขานินทาอะไรบ้าง?”
ปี๋โหยวเอ๋อร์จึงเล่าสิ่งที่นางได้ยินมาให้ฟังทั้งหมด หลังจากฟังจบ เถียซานเหนียงก็อดหัวเราะไม่ได้ เพราะคำนินทาเหล่านั้นล้วนแต่พูดถึงว่า ดินแดนทางใต้ภายใต้การปกครองของผู้ว่าการหลี่เตาคนใหม่นี้เป็นอย่างไรบ้าง สภาพที่แท้จริงของดินแดนทางใต้นั้น คนอื่นอาจไม่รู้ แต่นางจะไม่รู้ได้อย่างไร
เถียซานเหนียงจึงเอ่ยปลอบใจว่า
“ปล่อยให้พวกเขาพูดไปเถิด รอให้พี่หลี่มาถึง ข่าวลือเหล่านี้ก็จะหายไปเอง”
“แต่คุณหนูเจ้าคะ คำพูดเหล่านั้นฟังแล้วทำให้คนโกรธมากเลยเจ้าคะ”
เถียซานเหนียงพูดหยอกล้อว่า
“เจ