าที่แตกต่างกันไป
ไม่นานนัก หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง หลิวหงและฮัวอวิ๋นวางเอกสารในมือลงก่อน พวกเขาเงยหน้าขึ้นและกล่าวว่า
“ท่านผู้ว่าการหลี่”
เดิมทีหลิวหงตั้งใจจะเรียกชื่อหลี่เตาโดยตรง แต่เมื่อนึกถึงภาพที่ตนเองคุกเข่าเมื่อครู่นี้ เขาก็เปลี่ยนคำพูดทันที
“ท่านผู้ว่าการหลี่ ตามบันทึกในเอกสาร ตอนแรกท่านนำกองทัพผู่ถูสามพันนายมาประจำการที่ดินแดนทางใต้ แต่ตอนนี้จำนวนมีเพิ่มเพียงแค่สิบห้าคนเท่านั้น ด้วยกำลังคนเช่นนี้จะรับประกันความปลอดภัยของดินแดนทางใต้ได้อย่างไร”
“อีกทั้งการจัดการขุนนางที่นี่ก็วุ่นวายผิดปกติ ไม่มีการแบ่งแยกตำแหน่งสูงต่ำ”
“ที่สำคัญกว่านั้นคือ ในช่วงสามปีนี้ประชากรในดินแดนทางใต้ของพวกท่านกลับไม่เพิ่มขึ้นเลย มีแต่ลดลง ท่านไม่รู้หรือว่าการลดลงของประชากรจะส่งผลกระทบต่อราชวงศ์ตาเฉียนอย่างไร?”
แม้ทั้งสองคนจะเอ่ยวาจาสุภาพดูเคารพ แต่ในเรื่องการจับผิดก็ไม่ได้ละเว้นเลยแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เตาก็ขมวดคิ้วแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มบางว่า
“ถูกต้อง ท่านหลิวและท่านฮัวพูดถูกทั้งหมด”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง
อีกฝ่ายบอกว่าทหารของเขาไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของดินแดนทางใต้ได้ แต่หากต้องสู้รบกันจริงๆ หลี่เตาเชื่อว่ากองทัพหมาป่าผู่ตูที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือตนเองนั้น จะสามารถเทียบเท่ากับกองทัพปกติสามแสนคนได้ ส่วนเรื่องการจัดการขุนนางที่ไม่แบ่งแยกตำแหน่งสูงต่ำนั้น เป็นเพราะเข