งพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนกล่าวว่า
“ท่านผู้ว่าการหลี่ ตามที่ท่านหลิวและท่านฮัวกล่าวไว้ ชายแดนใต้มีกำลังทหารไม่เพียงพอ ประชากรลดลงอย่างรุนแรง ข้อนี้ท่านยอมรับหรือไม่?”
หลี่เตาพยักหน้ายอมรับ
“แล้วเพราะเหตุใดในเมื่อชายแดนใต้อยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว แต่ด้านการคลังกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาเพียงสามปีนี้? นี่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของชายแดนใต้เลย ด้วยเหตุนี้ข้าขอตัดสินว่าพวกท่านได้ทำการปลอมแปลงบัญชีการคลังของดินแดนทางใต้”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเจิงกวงและเห็นท่าทางคุกคามของเขา หลี่เตาก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นหลี่เตาตกอยู่ในความเงียบ พวกเจิงกวงทั้งสามคนจึงคิดว่าพวกเขาพูดถูกแล้ว เลยแสดงสีหน้าโล่งอกและภาคภูมิใจออกมา
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของหลี่เตาก็ดังขึ้น
“ขอถามท่านเจิงว่า ท่านรับราชการในกรมการคลังมาคี่ปีแล้ว?”
เจิงกวงพลันชะงักไป ไม่เข้าใจว่าคำถามนี้หมายความว่าอย่างไร แต่ก็ยังตอบออกไป
“ยี่สิบหกปี”
หลี่เตาพยักหน้า
“ยี่สิบหกปี คงจะเจอพายุลมแรงมาไม่น้อยแล้วกระมัง”
เจิงกวงขมวดคิ้ว
“ท่านผู้ว่าการหลี่ ท่านอย่าได้เบี่ยงประเด็น ข้ากำลังพูดเรื่องสำคัญกับท่านอยู่”
“คำถามสุดท้าย”
“ท่านว่ามา”
หลี่เตายิ้มบางๆ
“ท่านเจิง ท่านเคยเห็นคนอวดรวยมากกว่าหรือคนอวดจนมากกว่า?”
เจิงกวงชะงัก
“หมายความว่าอย่างไร”
“ความหมายก็ง่ายมาก” หลี่เตากล่าวตามตรง “ท่านเจิงกล่าวหาว่าข้าปลอมแปลงบัญชีการคลั