ร่างของอวินอ๋องค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเสียงกรอบแกรบดังเป็นระยะ มือของเขายังคงกุมศีรษะเสี่ยวชิงจือเอาไว้
ดวงตาสีแดงฉานจ้องไปที่หลีเต้าครั้งหนึ่ง จากนั้นก็มองไปที่ศีรษะในมืออีกครั้ง
กรอบ!
ศีรษะของเสี่ยวชิงจือแตกกระจาย
“ไร้ประโยชน์” อวินอ๋องโยนเศษเนื้อทิ้งไปแล้วเงยหน้ามองหลีเต้า พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า “เจ้าหนู ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง จงยอมสวามิภักดิ์ต่อข้า แล้วเจ้าจะได้อยู่ในตำแหน่งรองจากข้าเพียงผู้เดียว แต่อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น”
หลีเต้ามองดูเศษเนื้อเละเทะบนพื้นแวบหนึ่ง “คำพูดนี้เจ้าไปบอกกับคนตายเถอะ” เหลือเพียงอวินอ๋องคนเดียว หลีเต้าเองก็ไม่อยากเสียเวลาพูดจาไร้สาระต่อไปอีก มือขวากำง่าวมังกรทมิฬแน่น ลงมือโจมตีอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
“ไม่ยอมดื่มสุราคารวะ ก็จงดื่มสุราลงทัณฑ์เสียเถิด!” อวินอ๋องแค่นเสียงเย็นชา รู้ดีว่าหากไม่กำจัดหลีเต้า เขาก็ไม่สามารถสังเวยผู้คนในเมืองเทียนหนานได้ ดังนั้นจึงตัดสินใจสังหารหลีเต้าก่อน
ด้วยพลังของทั้งสองคน เพียงชั่วพริบตาก็ปะทะกัน หลีเต้าฟาดง่าว อวินอ๋องเหวี่ยงหมัด เมื่อง่าวมังกรทมิฬและหมัดปะทะกัน ทุกอย่างพลันเงียบสงบไปชั่วขณะ
ต่อมาพื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน ทันใดนั้นพื้นดินในรัศมีหนึ่งลี้ก็เริ่มแตกร้าวโดยมีทั้งสองคนเป็นศูนย์กลาง
“เอ๋…” อวินอ๋องขมวดคิ้วมองดูหลีเต้า สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่เป็นพลังที่เหนือมนุษย์ของหลีเต้า ต้องรู้ไว้ว่