ูรณ์กว่าและมีแรงกดดันที่มากกว่า
ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาที่หลีเต้ากำลังต่อสู้กับอวินอ๋องอยู่นั้น ที่กำแพงเมืองเทียนหนานพวกเฉินโหยวได้รวมตัวกันบนหอคอยเพื่อมองดูสมรภูมิที่อยู่ห่างออกไป พวกเขามองเห็นการเปลี่ยนแปลงของอวินอ๋องได้อย่างชัดเจน
จางเหมิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “อวินอ๋องผู้นี้เป็นปีศาจอะไรกันแน่ สภาพแบบนี้ยังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือ?”
ทันใดนั้นเฉินโหยวที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้าพูดถูกแล้ว เขาไม่น่าจะเป็นมนุษย์”
“หมายความว่าอย่างไร?” ทุกคนแสดงสีหน้าสงสัย
เฉินโหยวอธิบายว่า “ข้าเคยอ่านพบในตำราโบราณที่สำนักเหวินหัว ในโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตพิเศษมากมาย เพียงแต่มีน้อยคนนักที่จะได้พบเห็น และรูปลักษณ์ของอวินอ๋องในตอนนี้ก็คล้ายกับสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เรียกว่า ‘ผีดิบ’ ที่บรรยายไว้ในตำราโบราณมาก”
“ผีดิบ? เป็นปีศาจที่เกิดจากศพมนุษย์หรือ?” สายตาของเฉินโหยวจับจ้องไปที่อวินอ๋อง “และอวินอ๋องในตอนนี้ก็ไม่ใช่แค่ผีดิบธรรมดา ตามบันทึกของตำรานั้น รูปลักษณ์ของเขาไม่ใช่ผีดิบทั่วไป แต่เป็น ‘ผีดิบเกราะทอง’ ในบรรดาผีดิบ”
“ผีดิบเกราะทอง? แข็งแกร่งมากหรือ?”
“แน่นอนว่าแข็งแกร่ง ตามการแบ่งของระดับพลัง ผีดิบเกราะทองธรรมดาก็มีพลังเทียบเท่าระดับมหาราชาปรมาจารย์แล้ว อีกทั้งร่างกายยังแข็งแกร่งไม่มีสิ่งใดทำลายได้ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือยังมีพิษศพ พิษชนิดนี้ไม่มียารักษา เมื่อใดที่ติดเชื้อแล้ว คนผู้นั้นก็จะกลายเป็นผ