นโหยวกล่าว
“เงามังกรวารีนั่นน่าจะเป็นพลังมังกรที่อยู่ในตัวของอวิ๋นอ๋อง”
“ในฐานะทายาทของราชวงศ์ตาเฉียน เขาจึงมีพลังมังกรของราชวงศ์อยู่ในตัว”
“แม้ว่าพลังมังกรจะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน คนโดยทั่วไปแล้วจึงไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก แต่ก็มีคำเล่าลือว่าภายใต้เงื่อนไขบางประการ พลังมังกรอาจสำแดงฤทธิ์เดชลึกลับออกมา”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่เตาก็มองดูท้องฟ้า
“หรือว่าพลังมังกรปกปองเขาไม่ให้ถูกลงทัณฑ์จากสวรรค์?”
เฉินโหยวกล่าว
“คงเป็นเช่นนั้น แต่นี่คงไม่ใช่วิธีการถาวร การลงทัณฑ์จากสวรรค์เพียงแคถูกชะลอเอาไว้ มันไม่ได้หยุดหรือสลายไป”
เมื่อรับรู้ว่าทัณฑ์สวรรค์ถูกชะลอเอาไว้ด้วยพลังมังกรที่กำลังปกป้องร่าง อวิ๋นอ๋องก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าเขาจะได้สืบค้นล่วงหน้าแล้วว่าพลังมังกรมีประโยชน์ต่อการลงทัณฑ์จากสวรรค์ แต่เมื่อลงมือปฏิบัติจริงในใจก็ยังคงมีความวิตกกังวลอยู่บ้าง
หลังจากในใจรู้สึกโล่งอกแล้ว เขาก็เบนสายตามองไปยังเมืองเทียนหนาน
ปัญหาการลงทัณฑ์จากสวรรค์ได้รับการแก้ไขชั่วคราวแล้ว ดังนั้นต่อไปก็ถึงเวลาที่เขาจะได้แสดงพลังบ้าง
สายตาของอวิ๋นอ๋องตกลงบนศพทหารกองทัพสิบทิศที่อยู่นอกเมืองเทียนหนาน จากนั้นเขาค่อยๆ กางมือทั้งสองข้างออก
“บูช่ายัญด้วยเลือด!”
พร้อมกับความคิดนั้นที่ผุดขึ้นมา กลิ่นอายแห่งความเสื่อมทรามสีเทาขาวก็ได้แผ่ขยายออกมาจากรอบตัวเขา
หลังจากที่กลิ่นอายเหล่านั้นตกลงบนศพแล้ว ซากศพที่เคยมีสีแดงสดในตอ