้อมกับการปะทุของพลังนี้ ดวงตาทั้งสองของเขาได้มีประกายสีแดงเจิดจ้า ทุกแห่งที่พลังนี้กวาดผ่านไป พืชพรรณทั้งหลายพลันเหี่ยวเฉา
ในตอนนั้นเอง เมฆดำที่เดิมทีลอยนิ่งอยู่บนท้องฟ้าก็ราวกับรับรู้ถึงบางสิ่งบางอย่าง พวกมันก็พลันเดือดพล่านขึ้นมา ฟ้าฝนปั่นป่วน
ภายใต้อำนาจสวรรค์นี้ ทุกคนต่างรับรู้ได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับอยู่บนหัวใจ มันไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อพวกเขา แต่กลับทำให้รู้สึกขนลุกโดยไม่มีสาเหตุ
“ทัณฑ์สวรรค์!”
เฉินโหยวมองดูท้องฟ้าด้วยม่านตาที่หดเล็กลง เขาเอ่ยพึมพำในลำคอ
หลี่เตาถาม
“เจ้ารู้จักหรือ?”
เฉินโหยวอธิบายว่า
“ตามบันทึกในตำราโบราณเล่มหนึ่งของสำนักเหวินหัว ทัณฑ์สวรรค์จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อมีบุคคลหรือสิ่งที่ไม่ขัดต่อฟ้าปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น และในขณะเดียวกัน…”
ครู่ต่อมา หลี่เตาได้ฟังคำอธิบายของเฉินโหยวจนจบ สายตาของเขามองไปที่อวิ๋นอ๋องซึ่งอยู่ตรงใจกลางเมฆดำ
“นั่นก็หมายความว่าอวิ๋นอ๋องคือผู้ที่ขัดต่อฟ้า เช่นนั้นเขาไม่กลัวถูกฟ้าผ่าตายเพราะความหยิ่งผยองนั้นหรืออย่างไร”
“โฮกกก!”
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามของมังกรก็ดังขึ้นมา
เมื่อทุกคนหันไปมองก็เห็นอวิ๋นอ๋องลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด และมีเงามังกรวารี [1] ปรากฏลอยอยู่เหนือศีรษะของเขา
หลังจากที่เงามังกรวารีได้ปรากฏขึ้น เมฆดำที่กำลังปั่นป่วนก็หยุดชะงักทันที สายฟ้าอันรุนแรงได้สลายไป
หลี่เตาขมวดคิ้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกละ?”
เฉิ