ับเซียนเทียนขั้นต้นไปสู่เพียงแค่ระดับเซียนเทียนขั้นกลาง และนั่นก็เป็นในสภาวะที่เลือดวิเศษกระตุ้นศักยภาพของเขาแล้ว
เมื่อเห็นเสิ่นชานที่กำลังร้อนใจอยากได้คนมีความสามารถ เหลากุยก็พูดทำลายความหวังว่า “อย่าหวังไปเลย เจ้าบ้าตัวน้อยต้องอยู่กับเจ้าหนูสวีหูนั่นแน่นอน”
ในตอนนั้นเอง เจ้าบ้าตัวน้อยพลันย่นจมูก แล้วจู่ๆ ก็วิ่งออกไปนอกห้องโถงอย่างตื่นเต้น
“พูดถึงใคร คนนั้นก็มา”
ไม่นานนักร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้น บังประตูใหญ่ทั้งบานไว้ จากนั้นผู้มาเยือนก็ก้มตัวลงแล้วจึงโผล่ศีรษะเข้ามาจากด้านนอก ส่วนเจ้าบ้าตัวน้อยนั้นนอนอยู่บนบ่าของผู้มาเยือน
“หัวหน้า!”
ทันทีที่สวีหูเอ่ยปาก บรรยากาศทั้งห้องก็สั่นสะเทือนไปหมด หลี่เต้ามองดูสวีหูที่สูงเกินประตูไปแล้ว ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งเขาก็รู้สึกว่ามันไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์ โชคดีที่สองปีนี้สวีหูเติบโตช้าลงบ้าง ไม่อย่างนั้นตามอัตราการเติบโตก่อนหน้านี้ เขาที่อายุเกือบสิบหกปีคงสูงถึงเกือบสามฉื่อกว่าแล้ว
เมื่อเทียบกับคนอื่น สวีหูเองก็มีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงสองปีนี้ อาจเพราะสวีหูเป็นนักรบที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ดังนั้นหลังจากเขาร่วมกองทัพฝูถู พลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันสวีหูไม่เพียงเข้าใจแก่นแท้ในการรบของกองทัพฝูถูเท่านั้น แต่พลังของเขายังได้รับได้รับการกระตุ้นจากเลือดวิเศษจนถึงระดับปรมาจารย์ขั้นกลางอีกด้วย และนี่ยังเป็นเพียงการประเมินจากพลังปรา