้าตัวน้อยนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย แม้ว่ารูปร่างจะไม่สามารถเติบโตได้อีกแล้ว แต่เพราะได้กำจัดพิษกูออกไป สติสัมปชัญญะจึงฟื้นคืนมา ไม่มีความดุร้ายเหมือนแต่ก่อน แต่งตัวสักหน่อยก็ดูเหมือนคนปกติ
“ทักทายสิ”
เหลากุยตบศีรษะของเจ้าบ้าตัวน้อยเบาๆ เมื่อเจ้าบ้าตัวน้อยเห็นหลี่เต้า ดวงตาก็ฉายแววกริ่งเกรง เอ่ยทักทายว่า “หัวหน้า!”
หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้น “ดูเหมือนเจ้าบ้าตัวน้อยจะฟื้นตัวได้ดี ถึงกับพูดได้แล้ว”
เสิ่นชานพลันยิ้มร่าพูดว่า “พูดได้แล้วเหรอ? มาเรียกข้าว่าพี่เสิ่นสักคำ”
เจ้าบ้าตัวน้อยหันไปมองเสิ่นชานแวบหนึ่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “เจ้าอ้วน”
สีหน้าของเสิ่นชานดำทะมึนทันที เขาพูดอย่างหงุดหงิด “เจ้าเด็กอกตัญญู ลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตเจ้าไว้”
เจ้าบ้าตัวน้อยชี้ที่ตัวเอง “เจ้าอ้วน คราวหน้าข้าก็จะช่วยเจ้า”
“เฮย! พี่เสิ่นอย่างข้าต้องการให้เจ้าช่วยด้วยหรือ?”
เหลากุยพลันเอ่ยแทรกขึ้นว่า “เจ้าอ้วน ตอนนี้เจ้าบ้าตัวน้อยได้หลอมรวมเข้ากับราชันกูเกราะทองอย่างสมบูรณ์แล้ว พลังเทียบเท่าระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุด เจ้าคิดให้ดีๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของเสิ่นชานก็เป็นประกายขึ้นมาทันที รีบพูดว่า “เจ้าบ้าตัวน้อย พี่เสิ่นของเจ้าต้องการคนมีฝีมืออย่างเจ้าพอดี ลองคิดดูสิ มาเป็นองครักษ์ของข้าดีหรือไม่”
แม้ว่าในช่วงหลายปีนี้ เสิ่นชานจะพัฒนาด้านธุรกิจได้ไม่เลว แต่ในเวลากว่าสองปีนี้ พลังของเขาขยับจากระด