่านรู้เรื่อง ท่านจะมาช่วยข้าหรือไม่?”
“หืม?”
หลี่เต้ามองไปที่ดวงตาของเถี่ยซานเหนียงโดยไม่รู้ตัว
ฟังจากน้ำเสียงของนาง หลี่เต้าคิดว่านางกำลังถามเล่น แต่ในแววตากลับมีความจริงจังอยู่เล็กน้อย “แน่นอนว่าข้าจะช่วย”
“จริงหรือ!”
“เจ้าเป็นเจ้านายที่จ่ายเงินให้ข้า ถ้าไม่ช่วยเจ้า ข้าก็คงขาดทุนแย่”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” สีหน้าเถี่ยซานเหนียงไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ในใจกลับรู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก
แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองแล้วเห็นรอยยิ้มบางที่มีแววขบขันของหลี่เต้า นางจึงได้เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงคำพูดล้อเล่น คำถามหยอกล้อ คำตอบหยอกเย้า จริงหรือเท็จก็ไมอาจรู้ โดยทั้งสองคนก็ไม่มีท่าทีที่จะถามต่อ เพราะหากจริงจังขึ้นมาก็เท่ากับแพ้เสียแล้ว
“เออ เจ้าจะออกเดินทางเมื่อไร” หลี่เต้าเอ่ยปากทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเถี่ยซานเหนียงก็กลับมาเป็นปกติ “หลังจากออกจากจวนผู้ว่าการก็จะเดินทางทันที”
จากนั้นนางก็พูดต่อว่า “จริงสิ ข้าได้สั่งท่านผู้ดูแลเถี่ยไว้แล้ว หลังจากข้าจากไป อำนาจสูงสุดของสมาคมการค้าตระกูลเถี่ยแห่งดินแดนทางใต้จะเป็นของพี่ชายหลี่ หากท่านต้องการให้พวกเขาทำอะไรก็สั่งได้เลย”
หลี่เต้าไม่สนใจคำพูดหลัง “รีบร้อนถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”
“ก้าวแรกเร็ว ทุกก้าวก็เร็ว นี่คือพ่อค้าแม่ขาย”
“งั้นข้าจะสนใจ”
“ไม่ต้องรบกวนพี่หลี่หรอก” เถี่ยซานเหนียงอยากจะพูดต่อโดยไม่รู้ตัว แต่พอคำพูดออกจากปากกลับเ