ล
เมื่อเห็นทั้งสองคน หลี่เต้าพลันแสดงสีหน้าตกใจ “ซานเหนียง โหยวเอ่อร์ พวกเจ้ามาได้อย่างไร?”
เถี่ยซานเหนียงค่อยๆ เดินเข้ามาหาแล้วกล่าวเสียงเบา “เรื่องของสำนักปีศาจเลือด เป็นฝีมือท่านใช่หรือไม่?”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน” เมื่อได้ยินคำพูดนั้นหลี่เต้าก็ส่ายหน้าพลางยิ้มบางๆ “ข้าประเมินความฉลาดปราดเปรื่องของเจ้าต่ำไปแล้วซานเหนียง”
เถี่ยซานเหนียงชายตามองเขา “นี่เรียกว่าความฉลาดปราดเปรื่องอะไรกัน ท่านเคยบอกความคิดพวกนั้นให้ข้าฟังมาตั้งนานแล้ว” เมื่อเห็นหลี่เต้าในสภาพเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ครั้งนี้ไม่ง่ายสินะ”
“เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“เจ้าสำนักปีศาจเลือด บรรลุระดับมหาราชาปรมาจารย์จริงหรือ?”
เมื่อนางพูดจบและได้เห็นสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งเฉยของหลี่เต้า เถี่ยซานเหนียงก็มีคำตอบในใจแล้ว ดวงตางามคู่นั้นฉายแววตกตะลึงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ในฐานะที่ตระกูลเถี่ยเป็นพ่อค้าหลวงอันดับหนึ่งของแคว้นต้าเฉียน ตั้งแต่เล็กจนโตนางได้พบเจอกับสิ่งต่างๆ ที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้พบเจอ หนึ่งในนั้นก็คือความรู้เกี่ยวกับผู้แข็งแกร่ง
ในสายตาของคนส่วนใหญ่ ผู้ที่บรรลุระดับเซียนเทียนก็ถือว่าเป็นบุคคลที่เก่งกาจมากแล้ว ส่วนระดับปรมาจารย์นั้นยิ่งเป็นสิ่งที่มองเห็นได้จากที่ไกลแต่ไม่อาจเอื้อมถึง ส่วนระดับมหาราชาปรมาจารย์นะหรือ คนส่วนใหญ่ได้แค่จินตนาการแต่ไม่อาจเข้าใจได้
แ