ด้พูดอะไรมาก แต่การเคลื่อนไหวของมือกลับคล่องแคล่วขึ้น ไม่นานหลังจากนั้นขวดยาที่ปรุงเสร็จแล้วก็ปรากฏในมือของเขา จากนั้นเหล่ากุ่ยก็หยิบกล่องทองคำออกมาเปิด
“นี่คือราชันกู่เกราะทองใช่หรือไม่?”
เหล่ากุ่ยใช้มือจับราชันกู่เกราะทองไว้ เมื่อเห็นภาพนี้เสิ่นซานอดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “เจ้าระวังหน่อย ข้าศึกษามาแล้วราชันกู่นี่อันตรายมาก ถ้ามันตื่นขึ้นมาไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเราแน่”
เหล่ากุ่ยไม่พูดอะไร เขาโยนราชันกู่เกราะทองลงในขวดยาที่กำลังถือ จากนั้นเดินมาตรงหน้าเจ้าบ้าตัวน้อยแล้วพูดว่า “มานี่ ช่วยข้าพยุงปากเขาหน่อย”
“ช่างน่ารำคาญจริง” แม้ว่าปากจะบ่นแต่เสิ่นซานก็เข้ามาช่วยงัดปากของเจ้าบ้าตัวน้อยออก
ทันใดนั้นเหล่ากุ่ยก็เทราชันกู่เกราะทองพร้อมกับยาที่ปรุงไว้เข้าไป เมื่อเห็นราชันกู่เกราะทองเข้าไปในท้องพร้อมกับยา เหล่ากุ่ยก็ตบมือและลุกขึ้นยืน
“เสร็จแล้วหรือ?” เสิ่นซานสงสัย “รักษาเสร็จแล้วจะให้เป็นอย่างไรล่ะ?”
เสิ่นซานอยากบอกว่านี่มันแตกต่างจากการรักษาที่เขาจินตนาการไว้อยู่บ้าง ถึงอย่างไรนั่นก็คือราชันกู่ สมบัติล้ำค่าของตระกูลเหมียว แค่ให้เจ้าบ้าตัวน้อยกลืนลงท้องอย่างขอไปทีแบบนี้ ถ้าย่อยไม่ดีจะทำอย่างไร
เสิ่นซานถามขึ้น “ให้เขาดื่มยาลงไปแล้ว อีกนานเท่าใดจึงจะฟื้น?”
เหล่ากุ่ยพูดอย่างเชื่องช้า “ต่อจากนี้ก็ดูว่าจะเป็นไปตามที่ข้าคิดไว้หรือไม่”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ไม่มีความหมายอะไร แค่เป็นครั้งแรกที่รักษา