มือและกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ ส่วนเจ้าบ้าตัวน้อยนั้นนอนหลับตาอยู่บนผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าดูบิดเบี้ยวและกระตุกเล็กน้อย ดูเหมือนกำลังทนทุกข์ทรมานอะไรบางอย่าง เมื่อเห็นสภาพของเจ้าบ้าตัวน้อย เสิ่นซานก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“เหล่ากุ่ย อาการของเจ้าบ้าตัวน้อยดูเหมือนจะแย่ลงเรื่อยๆ นะ”
เหล่ากุ่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “ก็ปกติแหละ พิษกู่กำลังกัดกินอวัยวะภายใน ตอนนี้กำลังโจมตีสมอง เมื่อพิษกู่กัดกินสมองหมดแล้ว พวกเราก็ได้แต่จัดงานศพให้เขาแล้ว ข้าคาดว่าอย่างมากอีกสิบกว่าชั่วยามเขาก็คงทนไม่ไหวแล้ว”
เสิ่นซานมองหน้าเหล่ากุ่ยด้วยความงุนงง “เจ้าบ้าตัวน้อยเกือบจะตายอยู่แล้ว ทำไมถึงใจเย็นได้ขนาดนี้ เจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่หรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหล่ากุ่ยก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “เสิ่นซาน ถ้าข้าจำไม่ผิด ตอนอยู่ในค่ายนักโทษประหาร เจ้าบ้าตัวน้อยคนนี้ก็เคยทำให้เจ้าลำบากไม่น้อย ทำไมตอนนี้เจ้าถึงร้อนรนนัก”
เสิ่นซานตอบทันที “นั่นเป็นเพราะว่าท่านเสิ่นผู้นี้ยึดมั่นในการเคารพผู้อาวุโสและรักเด็ก อีกอย่างเขาก็คือเจ้าบ้าตัวน้อย ข้าจะไปถือสาคนบ้าทำไมกัน”
เหล่ากุ่ยไม่พูดอะไรเพียงแค่ชูนิ้วโป้งขึ้นมา เสิ่นซานแค่นเสียงเบาแล้ววางกล่องในมือลงบนพื้น “เอาละ ของทุกอย่างข้าเอากลับมาให้แล้ว เจ้ารีบรักษาเขาเถอะ รักษาให้หายแล้วคุณชายเสิ่นก็จะได้รีบออกจากสถานที่ผีสางนี่ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกแล้วจริงๆ”
เหล่ากุ่ยไม่ไ