งกะพริบตาให้อีกด้วย จากนั้นคนปิดหน้าล้วงเชือกเส้นหนึ่งออกมาขว้างออกไป
บังเอิญเหลือเกินที่เชือกนั้นคล้องเข้ากับสิ่งของที่พวกเขากำลังคุ้มกันอยู่ตรงกลางพอดี เมื่อเสือยักษ์เหินข้ามศีรษะพวกเขาไปแล้ว สิ่งของที่พวกเขาคุ้มกันอยู่ก็ลอยออกไปตามเชือกด้วย
ตระกูลอู่: “???”กองทัพสิบทิศ: “!!!”
จนกระทั่งเสือยักษ์วิ่งออกไปพร้อมกับฝูงสัตว์ได้ระยะหนึ่ง คนตระกูลอู่และกองทัพสิบทิศจึงค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา “เกิดอะไรขึ้น!” ทั้งสองฝ่ายไม่มีทางคิดได้เลยว่าจะมีคนซ่อนตัวอยู่ในฝูงสัตว์และใช้กลอุบายเช่นนี้กับพวกเขา
ในตอนนี้หัวหน้ากองทัพสิบทิศมีสีหน้าดำทะมึน เขาตบศีรษะลูกน้องที่ยังคงเหม่อลอยอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “พวกไม่ได้เรื่อง! ยังยืนเหม่ออยู่ทำไม รีบไล่ตามไปเดี๋ยวนี้! หากราชันกู่เกราะทองหายไป ต่อให้เจ้าและข้ามีชีวิตสิบชีวิตก็ไม่พอให้เสียหรอก” จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปยังผู้นำตระกูลอู่ “รวมถึงพวกเจ้าด้วย หากราชันกู่เกราะทองเกิดปัญหา สิ่งที่พวกเจ้าต้องการก็อย่าหวังจะได้รับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของผู้นำตระกูลอู่ก็เขียวคล้ำไปทั้งหน้า แต่ก็พูดอะไรไม่ออก เพราะอย่างไรพวกเขาก็เป็นผู้คุมตัวราชันกู่เกราะทอง หากเกิดปัญหาพวกเขาก็ต้องรับผิดชอบด้วย “ยังยืนเหม่ออยู่ทำไม ไล่ตามสิ!”
ดังนั้นกลุ่มคนที่เดิมทีพยายามหลบเลี่ยงฝูงสัตว์ จึงได้เริ่มไล่ตามฝูงสัตว์ไปในทันที
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่คนสวมหน้ากากนำสิ่งของไปแล้ว เขาก็กระ