ี่เท่านั้นที่พบความผิดปกติของกู่ในร่างกาย แต่ปรมาจารย์กู่ทุกคนที่อยู่ในศาลบรรพชน ซึ่งรวมถึงกลุ่มปรมาจารย์กู่ฝ่ายของเหมียวอี้ก็สามารถรับรู้ได้เช่นกัน
“เจ้า…” สายตาของเหมียวอี้จับจ้องไปที่หลี่เต้าทันที สีหน้าของเขาแสดงความตกใจอย่างเห็นได้ชัด ในตอนนี้จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความสับสนเช่นเดียวกับอู่คุนในอดีต
เขาไม่เข้าใจว่าทุกสิ่งตรงหน้าเกิดขึ้นได้อย่างไร และกระแสพลังที่กดข่มนั้นคืออะไร
เมื่อเห็นเหมียวหรงและคนอื่นๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหมียวอี้ก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเจ้าอย่าเพิ่งดีใจไปเลย ภายใต้กระแสพลังนั้นพวกเจ้าก็ไม่สามารถใช้กู่ได้เช่นกัน”
“แต่ข้ายังมีวิธีอื่น” เหมียวอี้ตบมือหนึ่งครั้งแล้วตะโกนไปรอบๆ “ออกมาเถิด อย่าลืมสิ่งที่พวกเจ้าสัญญากับข้า!”
เมื่อเสียงของเหมียวอี้ดังขึ้นไม่นานนัก เสียงแผ่วเบาก็ดังเข้าหูทุกคน “ผู้อาวุโสเหมียวอี้ ข้านึกว่าพวกเจ้าจะจัดการได้เองเสียอีก”
หลังจากนั้นเสียงฝีเท้าวุ่นวายก็ดังขึ้นเป็นระลอกนอกศาลบรรพชน
ทันใดนั้นร่างสองร่างก็ปรากฏที่ประตูใหญ่ เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของทั้งสองคนชัดเจน ความคิดแรกในใจทุกคนมีเพียงสองคำ… สูงใหญ่!
เพราะเมื่อมองไปแวบแรก ความสูงของทั้งสองคนเกือบถึงหนึ่งจั้งเกือบเท่ากับคานประตูใหญ่ และยังมีหนังสัตว์พันรอบตัว เผยผิวเปลือยส่วนใหญ่ออกมา ทั่วร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายความป่าเถื่อน
ต่อมากลุ่มคนที่แต่งตัวคล้ายกับสองคนนี้ก็ปรากฏตัวตามหลังพวกเ