นไหล่ลงมาแล้วโยนให้เหมียวหรงอย่างไม่ใส่ใจ
ขณะที่เหมียวหรงกำลังงุนงงรับราชันกู่หยกขาวเอาไว้ จู่ๆ ก็มีกระแสพลังบางอย่างทำให้เขาหันกลับไปมองโดยสัญชาตญาณ เขาเห็นว่าในมือของเหมียวอี้มีงูเล็กสีฟ้าเขียวขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือปรากฏขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร
เหมียวหรงจำได้ทันทีว่านี่ไมใช่งูธรรมดา แต่เป็นราชันกู่งูสายฟ้า หนึ่งในสามราชันกู่ของตระกูลเหมียว
ภายใต้แรงกดดันจากกลิ่นอายของหลี่เต้าเช่นนี้ มีเพียงราชันกู่เท่านั้นที่ยังคงมีพลังต่อสู้
ในตอนนั้นเองราชันกู่หยกขาวก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง มันไม่ดื้อดึงค้นหาหลี่เต้าอีกต่อไป แต่หันความสนใจไปที่ราชันกู่ในมือของเหมียวอี้แทน
มีสำนวนที่กล่าวไว้ว่า ‘ราชาไม่พบราชา หากสองราชาพบกัน ย่อมมีหนึ่งที่บาดเจ็บ’
คำพูดนี้ใช้ได้กับพวกกู่เช่นกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมราชันกู่ถึงถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนและเก็บไว้ในหมู่บ้านเหมียวที่แตกต่างกัน เพราะว่าเมื่อใดที่ราชันกู่สองตัวพบกันพวกมันจะต้องต่อสู้กันอย่างแน่นอน
ราชันกู่หยกขาวและราชันกู่งูสายฟ้าต่างเป็นราชันกู่ที่ตระกูลเหมียวบูชามานับร้อยปี ในอดีตพวกมันเคยพบกันหลายครั้งและมีความขัดแย้งกันมากมาย
ดังนั้นการพบกันในครั้งนี้จึงเหมือนศัตรูพบหน้ากัน ยิ่งเห็นยิ่งเดือดดาล เมื่อรวมกับความขัดแย้งระหว่างเหมียวหรงและเหมียวอี้ ประกายไฟระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงพุ่งสูงสุดถึงขีดสุด
เหมียวหรงมองไปรอบๆ แล้วเอ่ยว่า “เปลี่ยนสถานที่กันเถอะ”
เ