งประมาณสองเมตรปรากฏอยู่ใต้ดิน รอบๆ ยังเห็นร่องรอยการผ่านไปของมนุษย์อย่างชัดเจน และยังมีร่องรอยการต่อสู้อีกด้วย น่าจะเป็นคนจากหมู่บ้านสายลมที่ถูกไล่ล่ามาถึงที่นี่แล้วเข้าไปในทางเดินหิน
เหมียวจ้านกล่าวทันทีว่า “ผู้อาวุโสสูงสุด ข้าสงสัยว่าคนจากหมู่บ้านสายลมอาจไม่ได้ตายหมดทุกคน น่าจะมีบางส่วนหนีออกไปตามทางลับนี้”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น บนใบหน้าของเหมียวหรงพลันปรากฏความยินดีที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า หลังจากนั้นเขาออกคำสั่งว่า “เหมียวจ้าน เหลือคนไว้กลุ่มหนึ่งให้ค้นหมู่บ้านสายลมต่อไป ส่วนที่เหลือตามข้าไปค้นหาที่นี่”
เหมียวจ้านพยักหน้า “ท่านผู้อาวุโส ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องแจ้งให้ท่านทราบ”
“เรื่องอะไร?”
“เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ตรวจสอบศพของผู้อาวุโสรองที่ศาลบรรพชน พบว่าราชันกู่ที่อยู่บนตัวของเขาหายไปแล้ว”
“ราชันกู่!” เหมียวหรงนึกขึ้นได้ว่าตนเองหลงลืมอะไรไป เขาเอ่ยพึมพำออกมา “หรือว่าครั้งนี้ตระกูลอู่ยังคงมาเพื่อราชันกู่อีก”
หลี่เต้านึกถึงความลับของตระกูลเหมียวที่ได้รับรู้จากปากของเหมียวหรงก่อนหน้านี้ ในตระกูลเหมียวทั้งหมด มีราชันกู่อยู่สามตัว แต่ละตัวอยู่ในการดูแลของหมู่บ้านเมฆา หมู่บ้านสายลม และหมู่บ้านสายฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับผู้อาวุโสทั้งสามคนของตระกูลเหมียว นั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาทั้งสามคนได้เป็นผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลเหมียว
ในนั้นหมู่บ้านเมฆาครอบครองราชันกู่หยกขาว หากหลี่เต้าจำไม่ผิด