หรงมองดูแวบหนึ่งแล้วถามว่า “ผิดปกติอย่างไรหรือ?”
ลูกหลานตระกูลเหมียวคนหนึ่งก้าวออกมาชี้ไปที่ศพคนนอกหลายสิบศพพลางกล่าวว่า “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด หลังจากที่พวกเราตรวจสอบศพเหล่านี้แล้ว ก็พบว่าบนตัวพวกเขาไม่มีร่องรอยที่เป็นปรมาจารย์กู่ แต่กลับมีร่องรอยการฝึกฝนของผู้ฝึกยุทธ์สายหลัก”
เหมียวหรงขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ลูกหลานตระกูลเหมียวรีบตอบทันที “ท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าสงสัยว่าคนที่โจมตีหมู่บ้านสายลม นอกจากคนตระกูลอู่แล้ว น่าจะมีกองกำลังฝ่ายที่สามด้วย”
กองกำลังฝ่ายที่สาม? สีหน้าเหมียวหรงเปลี่ยนเป็นไม่สู้ดีในทันที หากสิ่งที่ลูกหลานตระกูลเหมียวผู้นี้พูดเป็นความจริง แล้วจะเป็นใครกัน? จะเป็นฝ่ายอำนาจใดที่กล้าร่วมมือกับตระกูลอู่มาต่อกรกับพวกเขา?
เหมียวหรงเอ่ยถามขึ้น “มีการค้นพบว่าเป็นคนของฝ่ายอำนาจใดหรือไม่?”
ลูกหลานตระกูลเหมียวตอบว่า “ในตอนนี้ยังไม่ชัดเจนนัก เพราะบนตัวของคนพวกนี้ไม่มีสัญลักษณ์ที่ชัดเจนเลย”
เหมียวหรงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “หาไม่เจอก็ช่างเถอะ ความแค้นครั้งนี้ให้ไปคิดบัญชีกับตระกูลอู่ก่อน”
ในตอนนั้นเองเหมียวจ้านรีบร้อนวิ่งมาจากด้านหลังศาลบรรพชน เขาประสานมือคำนับกล่าวว่า “ผู้อาวุโสสูงสุด มีการค้นพบสำคัญที่ด้านหลังศาลบรรพชน”
ไม่นานหลี่เต้าและคนอื่นๆ ก็ตามเหมียวจ้านมาถึงห้องหนึ่งที่อยู่ด้านหลังศาลบรรพชน เมื่อเข้าไปข้างในพวกเขาพบว่าพื้นห้องถูกเปิดออก มีทางเดินหินสู