ล้วปลอบว่า “ผู้อาวุโสสูงสุด โปรดทำใจ”
เหมียวหรงหลับตาลงสูดหายใจลึกแล้วยืนตัวตรง หลังจากมองร่างของเหมียวโฮ่วอีกครั้ง เขาก็พูดเสียงเย็นว่า “ไปค้นหาดูสิ ดูว่ามีร่องรอยของคนเป็นหรือไม่ และลองดูว่ามีร่องรอยอื่นๆ อีกหรือเปล่า”
“ขอรับ!”
เหมียวจ้านโบกมือให้คนรอบข้างกระจายออกไป หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว สายตาของเหมียวหรงก็กลับมาตกอยู่ที่ร่างของเหมียวโฮ่วอีกครั้ง เขาไม่อาจคิดได้เลยว่า หลังจากแยกตระกูลกันไปเพียงไม่กี่วัน ทั้งสองคนก็ต้องพรากจากกันชั่วนิรันดร์
ที่ด้านข้าง หลี่เต้ามองสำรวจไปรอบๆ สุดท้ายสายตาก็หยุดอยู่ที่ดวงตาเบิกกว้างของเหมียวโฮ่ว หลี่เต้าเข้าไปดูใกล้ๆ จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เหมียวหรงสังเกตเห็นภาพนี้จึงเอ่ยถามด้วยเสียงแหบแห้งอย่างช้าๆ “ท่านผู้ว่าการ ท่านเห็นอะไรหรือ?”
เมื่อได้ยินคำถาม หลี่เต้าก็ตอบตามตรง “ม่านตาของผู้อาวุโสขยายตัวต่างจากคนทั่วไป ก่อนตายเขาน่าจะเห็นภาพบางอย่างที่ทำให้ม่านตาของเขาขยายหรือหดตัวในวงกว้าง”
“น่านะเห็นภาพบางอย่างที่ทำให้เขาหวาดกลัวหรือตกใจ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหมียวหรงก็กำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ทันใดนั้นลูกหลานตระกูลเหมียวคนหนึ่งได้วิ่งเข้ามาจากด้านนอก
“ท่านผู้อาวุโสสูงสุด! พวกเราพบบางอย่างผิดปกติในศพด้านนอก!”
“ผิดปกติ?” เหมียวหรงและหลี่เต้าสบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกไปนอกศาลบรรพชนพร้อมกัน
เมื่อมาถึงด้านนอก บนพื้นทั้งหมดเป็นศพของคนนอก เหมียว