เวลาที่ต้องคืนเจ้าของเดิมแล้ว”
พูดจบ เขาก็วางราชันกู่หยกขาวลงบนโต๊ะระหว่างทั้งสองคน แต่สิ่งแรกที่ราชันกู่หยกขาวทำหลังจากถูกวางลงคือ มันพยายามไต่กลับไปหาหลี่เต้าอย่างไม่ยอมแพ้
เมื่อเห็นดังนั้น เขาก็พลันหรี่ตาลง พริบตาถัดมากลิ่นอายที่ควบคุมกู่ก็แผ่ออกมาจากร่างของหลี่เต้า เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายนี้ ร่างของมันก็สั่นเทาโดยไม่อาจควบคุมได้ แต่ถึงกระนั้น หลังจากผ่านไปสักพัก มันก็เริ่มดื้อดึงอีกครั้ง
ขณะที่หลี่เต้ากำลังจะใช้วิธีที่เด็ดขาดกว่าเดิมเพื่อจัดการกับพฤติกรรมไม่ยอมแพ้ของราชันกู่หยกขาว จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเขา “ท่านผู้ว่าการ ช่างมันเถอะ”
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้น เห็นเพียงรอยยิ้มขมขื่นอย่างจนใจบนใบหน้าของเหมียวหรง
“ช่างมันเถอะงั้นหรือ?”
หลี่เต้าไม่เข้าใจความหมาย พรุ่งนี้เขาก็ต้องจากไปแล้ว คงไม่มีทางที่จะพาราชันกู่หยกขาวไปด้วยได้ ในช่วงไม่กี่วันที่พำนักอยู่ในหมู่บ้านเมฆา เขาก็พอเข้าใจถึงสถานะของราชันกู่หยกขาวในหมู่บ้านแห่งนี้ พูดได้เลยว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูล ถึงแม้คนตระกูลเหมียวจะชื่นชอบเขาสักเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้เขาพาราชันกู่หยกขาวไปโดยไม่มีเหตุผล
เมื่อเผชิญกับคำถามของหลี่เต้า เหมียวหรงไม่ได้ตอบ แต่กลับกล่าวว่า “ท่านผู้ว่าการยังจำได้หรือไม่ที่ข้าเคยพูดถึงเรื่องการสืบทอดราชันกู่?”
หลี่เต้าพยักหน้า ในช่วงไม่กี่วันที่อยู่ในหมู่บ้านเมฆานอกจากกินดื่มแล้ว เขาก