เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ เหมียวหรงพลันมีสีหน้าดำทะมึน มือตบลงบนโต๊ะอย่างแรง “โง่เขลา!”
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเราตระกูลเหมียวอาศัยอยู่บนแผ่นดินของใคร? และข้าจะบอกให้พวกเจ้ารู้ไว้ หากท่านผู้ว่าการไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย พวกเจ้าอาจจะไม่ได้เห็นพวกเราอีกเลย”
หลังจากนั้นเหมียวหรงก็เล่าเรื่องที่หลี่เต้าช่วยชีวิตพวกเขาให้ทุกคนฟัง ทุกคนได้ฟังแล้วก็ตกตะลึง เดิมทีพวกเขาคิดว่าเป็นผู้อาวุโสทั้งหลายที่จัดการกับตระกูลอู่ด้วยตัวเอง ไม่คิดว่าที่แท้เป็นผู้ว่าการที่ยื่นมือเข้าช่วย
จากนั้นเหมียวหรงก็กล่าวต่อว่า “และท่านผู้ว่าการไม่เพียงช่วยพวกเรา แต่ยังช่วยราชันกู่อีกด้วย” เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ทุกคนก็พากันเงียบลงทันที ไม่คิดว่าเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมาจะมีเรื่องผันผวนมากมายเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของทุกคนไม่รุนแรงเหมือนเดิมแล้ว เหมียวหรงจึงค่อยๆ กล่าวว่า “ดังนั้นพวกเจ้าต้องเข้าใจว่าหากไม่ใช่เพราะท่านผู้ว่าการ หมู่บ้านเมฆาอาจเหลือเพียงแค่ชื่อแต่ไร้ตัวตนไปแล้ว ยังมีใครอยากคัดค้านการตัดสินใจของข้าอีกหรือไม่”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากในฝูงชน “พวกเราตระกูลเหมียวต้องตอบแทนบุญคุณเสมอ ดังนั้นข้าเห็นด้วยกับการตัดสินใจของท่านผู้อาวุโส ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราตระกูลเหมียวก็เป็นชาวต้าเฉียนอยู่แล้ว การขึ้นตรงต่อจวนผู้ว่าการก็นับเป็นเรื่องปกติ”
เมื่อได้ยินประโยคทั้งสองน