ก่าออกไปไม่น้อย รวมทั้งแต่งตั้งให้หยางหยวนหงเป็นแม่ทัพใหญ่ทหารม้า
และปลดอัครมหาเสนาบดีสามรัชสมัยหนึ่งคนออก พายุคาวโลหิตในเมืองซุนเทียนยังคงดำเนินต่อไป
ปีติงเหอที่สิบสาม เจิงฝ่าโหวและแม่ทัพใหญ่ใต้บัญชาของเขาถูกโยกย้ายไปยังเป่ยเจียง
อันฉางกลายเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก
โอรสสวรรค์เจียงฉือในวัยบั้นปลาย ประกาศสละราชบัลลังก์ให้องค์รัชทายาทเจียงเสวียนเหนียนขึ้นครองราชย์
ข่าวนี้แพร่ไปทั่วใต้หล้า ปีถัดมาเจียงเสวียนเหนียนขึ้นครองราชย์และเปลี่ยนชื่อรัชสมัยเป็นปีเหยียนอู
ในปีแรกของรัชสมัยเหยียนอู เจียงเสวียนเหนียนให้ความสำคัญกับด้านการยุทธ จึงเลื่อนยศให้แม่ทัพจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนของตระกูลหยาง
ทว่าในเดือนสิบเอ็ดปีเดียวกันนั้น มีเผ่าสัตว์อสูรบุกโจมตีจากทางเหนือ
เผ่านีไม่ใช่เผ่าที่มีสติปัญญา แต่พวกมันมีร่างกายใหญ่โตและบุกเข้ามาเป็นกลุ่ม รุนแรงเกินต้าน
เจียงเสวียนเหนียนจำเป็นต้องระดมกำลังของทัพกลยุทธสวรรค์และกำลังของรัฐต่างๆ ทางเหนือบุกไปต่อต้าน
ปีเหยียนอูที่สอง เดือนสาม ภายในตำหนักบรรพบุรุษซุนเทียน
เจียงเสวียนเหนียนนั่งอยู่ข้างเตียง มองเจียงฉือโอรสสวรรค์แห่งติงเหอที่นอนอยู่บนเตียง
เจียงฉืออ่อนแรงเต็มทน เขาลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่ง ลมหายใจบางเบาเฉกไหมละเอียด กล่าวว่า
“เสวียนเหนียน… โลกเปลี่ยนไปแล้ว ราชอำนาจแห่งโอรสสวรรค์ไม่ได้สูงส่งเหนือใครอีกต่อไปรวมถึงเราด้วย”
“มีโอรสสวรรค์สามรัชสมัยถูก