ยๆ อู่คุนก็มองไปยังเหมียวหรงที่อยู่ไม่ไกลแล้วกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ดูเหมือนว่าความพยายามของตระกูลเหมียวในการสร้างมิตรภาพกับโลกภายนอกตลอดหลายปีนี้ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก”
เหมียวหรงมองดูแวบหนึ่งแต่ไม่พูดอะไรสักคำ เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าคนดินแดนใต้เจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครยื่นมือมาช่วยเหลือพวกเขาจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นแม้อีกฝ่ายจะอยากช่วย แต่โอกาสที่จะช่วยได้สำเร็จก็มีน้อยมาก
ในเวลาเดียวกัน เหมียวอวี่ยืนทำหน้าเศร้าอยู่ข้างเหมียวหง เขาอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “จบเห่แล้วท่านอา คราวนี้พวกเราเสร็จแน่”
เหมียวหงไม่พูดอะไร เพียงแต่พยายามติดต่อกับตัวกู่ประจำตัวในร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง แต่อำนาจข่มของราชันกู่หยกขาวที่มีต่อกู่นั้น มาจากสายเลือดอันลึกล้ำ แม้แต่เขาผู้เป็นเจ้านายก็ยากที่จะเรียกกู่ประจำตัวกลับมาได้อีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าอาของตนไม่สนใจ เหมียวอวี่ก็ได้แต่พึมพำกับตัวเองว่า “พ่อเอยพ่อ ท่านทำให้ลูกชายของท่านเดือดร้อนหนักแล้ว”
ขณะพูดสายตาของเขาก็กลิ้งกลอกไปมา บังเอิญมองไปยังผู้คนที่กำลังอพยพออกจากอัฒจันทร์พอดี สำหรับคนพวกนี้เขาได้แต่สบถด่าอยู่ในใจ ในขณะที่เหมียวอวี่กำลังจะเบนสายตาไปทางอื่น ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งดึงดูดความสนใจของเขา
ยิ่งมองร่างนั้น เหมียวอวี่ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย เงาร่างหนึ่งพลันแวบผ่านในความคิดทำให้ทั้งตัวของเขาสะดุ้งโดยไม่รู้ตัว ในตอนนี้เขามีความคิดเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ…