เมื่อเห็นว่าวิธีการส่วนใหญ่ล้วนไม่สามารถส่งผลกระทบต่อเหมียวเมี่ยวซินได้แม้แต่น้อย สีหน้าของอู่ไฉก็ยิ่งดูแย่ลง ไม่มีรอยยิ้มเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป
ในที่สุดอู่ไฉสูดหายใจลึก ในดวงตาวาบไปด้วยแววโหดเหี้ยม ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็จำเป็นต้องใช้ไม้ตายแล้ว
จู่ๆ อู่ไฉก็ทำท่ามุทราด้วยมือ ในชั่วขณะถัดมาแสงสีม่วงอ่อนเริ่มรวมตัวกันในฝ่ามือของนาง สุดท้ายกู่รูปร่างประหลาดสีม่วงอ่อนก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือนั้น
“กู่ดูดวิญญาณครอบงำจิต!”
กู่สีม่วงส่งเสียงร้องเบาๆ จากนั้นคลื่นพลังสีม่วงอ่อนก็แผ่ขยายออกไปโดยมีอู่ไฉเป็นศูนย์กลาง
ครั้งนี้เหมียวเมี่ยวซินใช้วิธีเดิม แต่ทว่าคลื่นสีม่วงนั้นได้ทะลุผ่านม่านคลื่นป้องกันไปได้โดยตรงและตกลงบนร่างของนาง
ในขณะเดียวกันคลื่นกระเพื่อมยังคงแผ่ขยายไปรอบๆ เวทีสูงอีกด้วย สุดท้ายคลื่นสีม่วงนั้นได้ปกคลุมเหมียวเหยียนและเหมียวเล่อที่อยู่ด้านล่างเวที ในชั่วพริบตาใบหน้าของทั้งสองคนก็เริ่มแดงก่ำ ดวงตาปรากฏแววสับสนวูบหนึ่ง
“ตื่น!”
จนกระทั่งเสียงของเหมียวหรงดังขึ้นข้างหู พวกเขาทั้งสองคนจึงได้สติกลับมา
เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติในร่างกาย ทั้งสองคนก็รีบหนีบขาตัวเองเข้าหากันโดยทันที ใบหน้ายิ่งแดงก่ำขึ้นไปอีก
“ผู้อาวุโสใหญ่ พวกข้า…”
เหมียวหรงส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวลไป หญิงผู้นั้นใช้พิษกู่ประจำตัวของนาง และมันสามารถควบคุมบุรุษได้ในระดับหนึ่ง การที่เจ้าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั้นเป็นเร