าคมกริบคู่นั้นจ้องมองอู่คุนตรงๆ พลางกล่าวว่า
“อู่คุน เจ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ถึงได้ยอมนำของล้ำค่าเช่นนี้ออกมาเพื่อประลองกู่กับพวกเรา”
“เจ้าควรรู้ดีว่าตัวอ่อนราชันกู่ย่อมอยู่กับผู้มีวาสนา หากพวกเจ้าไร้วาสนา ต่อให้มอบให้พวกเจ้าก็พาไปไม่ได้”
ภายใต้สายตาของเหมียวหรง จู่ๆ อู่คุนก็หัวเราะออกมา หัวเราะอย่างไม่ยี่หระ
สุดท้ายเขาก็หุบยิ้มแล้วแค่นเสียงเย็นชาว่า
“วันนี้ข้ามาก็เพื่อพิสูจน์เรื่องหนึ่ง พิสูจน์ว่าการเลือกของตัวอ่อนราชันกู่ในครั้งนั้นเป็นความผิดพลาด”
“ข้าต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าคนที่ข้าบ่มเพาะขึ้นมานั้น คู่ควรกับตัวอ่อนราชันกู่ยิ่งกว่าคนในตระกูลเหมียวของพวกเจ้าเสียอีก”
เหมียวหรงชะงักไปเล็กน้อยแล้วค่อยๆ กล่าวว่า “ความยึดมั่นของเจ้าลึกล้ำเกินไปแล้ว”
อู่คุนแค่นเสียงเย็นชา “ข้าถามเจ้าว่ายอมรับเดิมพันนี้หรือไม่ หากยอมรับก็รีบประลองเถอะ ไม่มีเวลามาเสียเปล่าที่นี่”
เหมียวหรงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วค่อยพยักหน้า “ในเมื่อเจ้าเสนอเดิมพันที่มีค่าเท่าเทียมกัน ก็จงเป็นไปตามที่เจ้าปรารถนา”
อู่คุนมองไปยังเหล่าคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านเหมียวแล้วกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็รีบเลือกคนสามคนออกมาเถอะ”
เหมียวหรงมองสามคนที่อยู่เบื้องหลังอู่คุนแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองคนรุ่นหนุ่มสาวของหมู่บ้านเหมียวที่อยู่เบื้องหลังตน
ในที่สุดสายตาของเขาก็จับจ้องอยู่ที่สามคนแล้วเอ่ยว่า “เหมียวเมี่ยวซิน เหมียวเหยียน เหมียวเล่