อ พวกเจ้าสามคนออกมาเถิด”
ไม่นานร่างของคนหนุ่มสาวสามคนก็เดินออกมา
เทียบกับฝ่ายสามคนของอู่คุน ทางฝั่งตระกูลเหมียวก็มีสามคนเช่นกัน เป็นชายสองคนหญิงหนึ่งคน
สิ่งที่แตกต่างคือชายทั้งสองมีใบหน้าหล่อเหลา ส่วนหญิงสาวเนื่องจากสวมผ้าคลุมหน้าสีดำจึงมองไม่เห็นใบหน้า
แต่จากรูปร่างที่งดงามก็พอจะเดาได้ว่ารูปโฉมคงไม่ธรรมดา
เมื่อเห็นสามคนที่ตระกูลเหมียวส่งออกมา บนอัฒจันทร์ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอีกครั้ง
“เหมียวเหยียน เหมียวเล่อ ถ้าข้าจำไม่ผิดสองคนนี้เป็นอัจฉริยะชื่อดังรุ่นใหม่ของตระกูลเหมียว”
“อายุยังน้อยแต่ก็เป็นปรมาจารย์กู่ระดับห้าแล้ว เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเซียนเทียนขั้นกลางเลยทีเดียว”
“แล้วหญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมดูเหมือนมีตำแหน่งสูงกว่าเหมียวเหยียนและเหมียวเล่อเสียอีก”
“เจ้ายังไม่รู้จักนางหรือ? นางคือสตรีศักดิ์สิทธิ์คนเดียวในหมู่บ้านเหมียวทุกสายในปัจจุบัน”
“ตั้งแต่เกิดมาก็ได้รับการยอมรับจากตัวอ่อนของราชันกู่ ได้ยินว่าสามปีก่อนพลังของนางก็อยู่ในระดับปรมาจารย์กู่ขั้นหกแล้ว”
“มีคนได้ยินมาว่าพลังของนางอาจจะทะลวงถึงระดับปรมาจารย์กู่ขั้นเจ็ดแล้วด้วยซ้ำ”
“ปรมาจารย์กู่ขั้นเจ็ด! พลังระดับปรมาจารย์? นางอายุเท่าไร นี่มันเป็นไปได้อย่างไร”
หลังจากที่ฝั่งตระกูลเหมียวเลือกคนเสร็จแล้ว อู่คุนก็พาลูกศิษย์ทั้งสามลงจากอัฒจันทร์มายังลานกลาง
หลังจากมองดูสามคนที่เหมียวหรงเลือกแล้ว อู่คุนก็หัวเราะเยาะ “ในเมื