่อเลือกกันเสร็จแล้วก็เริ่มกันเลยดีกว่า”
“ส่งคนขึ้นเวทีเลย” เหมียวหรงพูดเสียงทุ้ม
อู่คุนก็ส่งสัญญาณด้วยสายตาให้กับอู่ไฉ ผู้ที่โดดเด่นที่สุดในสามคนนั้น
อู่ไฉพยักหน้าเดินขึ้นไปบนเวทีสูงกลางลานกว้างท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย
ด้วยบุคลิกอันโดดเด่นของนางทำให้ดึงดูดสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ในที่นั้นได้ในทันที
เมื่อมองไปที่อู่ไฉ เหมียวหรงขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองสามคนที่อยู่ด้านหลังแล้วถามว่า “พวกเจ้าใครอยากจะลงมือ?”
เหมียวเหยียนส่ายหน้า “ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่อยากขึ้นไปรังแกสตรี”
เหมียวเล่อก็รีบส่ายหน้าตาม “ข้าก็เช่นกัน ถึงชนะนางก็ไม่ถือเป็นชัยชนะที่น่าภาคภูมิ”
เมื่อเห็นทั้งสองคนปฏิเสธ จึงเหลือเพียงเหมียวเมี่ยวซินที่คลุมผ้าคลุมหน้าสีดำเพียงคนเดียว
เมื่อเห็นสายตาของเหมียวหรงมองมา เหมียวเมี่ยวซินก็เงยหน้าขึ้นมองอู่ไฉแวบหนึ่งแล้วพูดช้าๆ ด้วยเสียงไพเราะว่า
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการจัดการของท่านผู้อาวุโส”
ในตอนนั้นเอง เหมียวจ้านได้พาคนจากหมู่บ้านเหมียวอีกหลายคนเดินเข้ามา
“ท่านผู้อาวุโส ข้ารู้สึกว่าอู่คุนคงต้องการเอาชนะเราก่อนเพื่อความมั่นใจ ควรให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ลงมือ”
“ด้วยวิธีนี้เราจะได้ชัยชนะหนึ่งรอบอย่างแน่นอน”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น พวกเราควรทำตรงกันข้าม เอาชนะก่อนเพื่อข่มขวัญเจ้าคนทรยศนั่น”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลายคน เหมียวหรงก็มองอู่ไฉที่เดินขึ้นไปบนเวทีแล้วพยักหน้า
สายตามองไปยังเหมียวเมี่ยวซิน “ถ้าเ