เมื่อมาถึงเชิงเขาไป่เหลี่ยน บันไดหินที่ทอดขึ้นสู่ยอดเขามีคบเพลิงแขวนห่างกันเป็นระยะสองข้างทางปรากฏอยู่เบื้องหน้าทุกคน
ในเวลาเดียวกันมีชายสองคนสวมชุดประจำตระกูลเหมียวปรากฏตัวที่สองข้างบันได มองดูทุกคนแล้วหนึ่งในนั้นก้าวออกมาพูดว่า
“ขอต้อนรับมิตรสหายจากเมืองสือกู่เจี้ยนทุกท่าน เชิญขึ้นเขาได้”
หลี่เต้าลงจากหลังม้า ตบมันเบาๆ พลางกล่าวว่า “ไปเถอะ”
ม้าก้มหัวลงถูไถที่ฝ่ามือของหลี่เต้าแล้ววิ่งจากไปตามลำพัง
หลังจากนั้นเขาก็เดินตามผู้คนขึ้นเขาไป่เหลี่ยน
เนื่องจากทุกคนที่อยู่ในที่นี้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียร จึงใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น หลี่เต้าก็มาถึงยอดเขาไป่เหลี่ยนแล้ว
เมื่อมาถึงยอดเขา หลี่เต้าพบว่าที่นี่มีคนไม่น้อยแล้ว
คนเหล่านี้คงไม่ได้มาจากเมืองสือกู่เจี้ยน แต่มาจากภายในเทือกเขาใหญ่หมื่นลี้
มองดูยอดเขาไป่เหลี่ยน หลี่เต้าพบว่าตอนอยู่เชิงเขามองไม่เห็นอะไรเลย
แต่เมื่อมาถึงยอดเขาถึงได้พบว่าตระกูลเหมียวทำการใหญ่ ยอดเขาลูกหนึ่งถูกสร้างให้เป็นเหมือนเมืองเล็กๆ
หลังจากเดินตามผู้คนเข้าไปใน ‘เมืองเล็ก’ แล้ว เสียงต่างๆ รอบข้างก็เริ่มดังขึ้น
“ผ่านไปผ่านมาอย่าพลาดโอกาส กู่ลมหายใจเต่าที่เพิ่งปรุงใหม่สดๆ ของจำเป็นสำหรับผู้ท่องยุทธภพ”
“กู่เกราะทอง กู่วิเศษช่วยชีวิต ขายราคาถูกๆ เข้าน้ำไฟไม่กลัว”
“กู่ที่ทำให้ชายนิ่งหญิงน้ำตาไหลได้เกิดขึ้นแล้ว กู่ชนิดใหม่ กู่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศทำให้ท่านแข็งได้ทั้งปี จำ