อย่างเป็นทางการแล้ว”
“ในขณะเดียวกัน ประตูเมืองทั้งสี่ทิศจะถูกปิดชั่วคราว สามารถเข้าได้แต่ออกไม่ได้ หากผู้ใดต้องการเข้าเมือง สามารถเข้าได้ตามใจ แต่หากต้องการออกจากเมือง ข้าขออภัยล่วงหน้า พวกเจ้าจำเป็นต้องรอคำสั่งจากท่านผู้ว่าการก่อนจึงจะออกจากเมืองได้”
“หากมีผู้ใดกล้าฝ่าฝืน…”
เว่ยอวิ๋นชักดาบเหล็กทมิฬที่กลับมาอยู่ในมือของเขาอีกครั้ง แล้วชี้มันไปรอบ ๆ
“ผู้ใดกล้าฝ่าฝืน จะถูกสังหารโดยไม่ต้องไต่สวน!”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น ผู้คนรอบข้างต่างพากันเงียบกริบ
บรรดาผู้ที่ต้องการออกจากเมืองมีความไม่พอใจปรากฏอยู่บนใบหน้า แต่กลับไม่มีใครกล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ในเวลานี้ ไม่ไกลจากนอกเมือง รถม้าหรูหราคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนน
ชายวัยกลางคนในชุดพ่อบ้านเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงประตูเมือง จึงรีบไปที่ด้านหน้ารถม้าแล้วกล่าวว่า
“นายท่าน ประตูเมืองถูกคนจากจวนผู้ว่าการปิดกั้นแล้วขอรับ”
“ปิดกั้นแล้วหรือ?”
ม่านของรถม้าถูกเปิดออก ครึ่งตัวของหวงเซี่ยงโผล่ออกมา
เขามองดูสถานการณ์ที่ประตูเมืองในระยะไม่ไกล แล้วพึมพำว่า
“เร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
พ่อบ้านที่อยู่ด้านข้างกล่าวว่า
“นายท่าน ตอนนี้จะทำอย่างไรดีขอรับ ของอีกหนึ่งในสามพวกเรายังไม่ได้ขนออกมาเลย จะหาวิธี…”
ยังไม่ทันที่พ่อบ้านจะพูดจบ หวงเซี่ยงก็ส่ายหน้าทันทีแล้วกล่าวว่า
“ขนออกมาไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ ไม่ต้องสนใจแล้ว”
พ่อบ้านกล่าวอีกว่า
“พวกเรายังมีคนอีกส่วนหนึ่งด้วย”