ดดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไป
ตอนแรกทุกคนยังลังเลอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นซุนเจี๋ยที่คุกเข่าอยู่บนเวทีในสภาพอเนจอนาถ ดวงตาของบางคนก็แดงขึ้นทันที กลายเป็นคนที่มีความเด็ดเดี่ยวขึ้นมาในทันใด
เมื่อเฉินซื่อนำคนเหล่านั้นขึ้นมา พวกเขาก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที และเริ่มกล่าวโทษซุนเจี๋ย
ผู้ที่เต็มใจมาเป็นพยานทั้งหมด ล้วนเป็นเหยื่อจากการกระทำชั่วร้ายของซุนเจี๋ย
อาจเป็นเพราะความแค้นที่สะสมมานาน ขณะที่พวกเขาพูดไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มร้องไห้น้ำตาไหลพราก
แม้ว่าเมืองเทียนหนานจะถูกหลี่เต้าประเมินว่าเป็นเมืองบาปในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีชีวิตอยู่ภายใต้การกดขี่
หลายคนที่ได้ฟัง รู้สึกเห็นอกเห็นใจจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้
เมื่อพูดจบ ทุกคนก็ก้มตัวลงคำนับพร้อมกัน ขอร้องเสียงดัง
“ท่านผู้ว่าการโปรดให้ความเป็นธรรมแก่พวกเรา!”
หลี่เต้าวางถ้วยชาในมือลง แล้วเอ่ยว่า
“ความผิดที่ซุนเจี๋ยก่อไว้ ตามกฎหมายต้าเฉียนควรจะเป็นอย่างไร”
เฉินโหยวที่อยู่ด้านข้างกล่าวตอบ
“โทษประหาร!”
หลี่เต้ามองไปทางซุนเจี๋ย แล้วค่อย ๆ เอ่ยออกมาทีละคำ
“ประหาร!”
เมื่อคำสั่งถูกประกาศออกไป เสวียปิงก็นากองทัพฝูถูหลายนายลงมือทันที
พวกเขายกแผ่นไม้สูงขึ้นมาวางไว้ตรงหน้าซุนเจี๋ย แล้วกดศีรษะของอีกฝ่ายลงบนแผ่นไม้นั้น
หลังจากนั้น ทหารกองทัพฝูถูนายหนึ่งก็ถอดเกราะออกจากร่างกาย เผยให้เห็นชุดสีแดงทั้งตัว ในมือของเขาปรากฏดาบใหญ่เล่มหนึ่งโดยไม่รู้ว่