“ท่านอาจารย์ ข้าชอบความเงียบสงบขอรับ พวกเขาเอะอะกันเกินไป”
เจียงฉางเชิงวัยเด็กตอบด้วยเสียงเบามาก เขาดูประหม่าและกระสับกระส่ายยิ่งนัก นักพรตชิงชวีจ้องเขาด้วยแววตาสงบนิ่งจนน่ากลัว เมื่อมองจากมุมที่เจียงฉางเชิงยืนอยู่ จะสามารถมองเห็นแววตาของนักพรตชิงชวีได้ชัดเจนมาก
“ในความทรงจำของข้าในเวลานั้นไม่ได้เห็นแววตาของเขาเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นจินตนาการของข้าเอง หรือว่าได้กลับไปในอดีตกัน”
เจียงฉางเชิงคิดเงียบๆ เขารู้สึกว่าไม่น่าใช่อย่างหลัง หากเป็นการกลับไปในอดีต เหตุใดเขาในวัยเด็กกับนักพรตชิงชวีจึงมองไม่เห็นตัวเขากัน หรือว่าจะเป็นการถอดจิตออกไป
“ฉางเซิง เจ้ามีความคิดของตนเองตั้งแต่ยังเล็ก แม้อาจารย์ไม่เข้าใจว่าเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่อาจารย์ดีใจกับการเติบโตของเจ้ายิ่งนัก จงเก็บรักษาความคิดของเจ้าในเวลานี้ไว้ อาจเป็นเรื่องดีก็เป็นได้ ไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลง”
นักพรตชิงชวีกล่าว สีหน้าของเขาดูซับซ้อน เจียงฉางเชิงเข้าใจจิตใจเขา สิ่งที่เขาพูดคือเจียงฉางเชิงรู้จักวางตัวสงบเสงี่ยมเหมาะสม ไม่ได้ทำให้เจียงยวนเดือดร้อนยุ่งยาก ลูกหลานในเมืองหลวงไม่มีทางรู้ว่าอารามมังกรผงาดมีคนเช่นเขาอยู่ ดังนี้แล้วเขาก็ไม่ต้องไปเปิดเผยฐานะตนต่อสายตาของเหล่าผู้ทรงอำนาจ
เพื่อปกป้องเขาในครั้งนั้น จึงได้ปรามอำนาจของตระกูลฝั่งฮองเฮาไปด้วยพร้อมกัน เจียงยวนส่งเขาไปที่อารามมังกรผงาดนึกว่าจะสามารถปกปิดเอาไว้ได้ แต่จนใจนักที่มีผู้ทร