นที่พิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ
เมื่อเห็นรถขนนักโทษคันหน้าสุด ฝูงชนเพียงแค่วิพากษ์วิจารณ์เสียงเบา
เพราะแม้ว่าในรถขนนักโทษคันหน้าจะบรรทุกคนตระกูลซุน แต่ล้วนเป็นเพียงปลาเล็กปลาน้อยของตระกูลซุน ไม่คู่ควรให้ผู้คนสนใจมากนัก
แต่เมื่อขบวนรถขนนักโทษมาถึงท้ายสุด ก็เริ่มมีรถขนนักโทษเดี่ยวปรากฏขึ้น
เมื่อรถขนนักโทษเดี่ยวคันแรกออกมา สายตาของกลุ่มอิทธิพลใหญ่น้อยที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนต่างจับจ้องเขม็ง
ผู้ที่ได้รับการขนส่งด้วยรถขนนักโทษเดี่ยว ย่อมแตกต่างจากสมาชิกตระกูลซุนที่อยู่ด้านหน้า
ไม่นานนักก็มีคนจำคนบนรถขนนักโทษได้
“นี่คือ…ผู้นาสกุลรองของตระกูลซุน?”
ยังไม่ทันที่ผู้คนเหล่านี้จะได้พิจารณา รถขนนักโทษเดี่ยวคันที่สองก็ปรากฏออกมาจากจวนผู้ว่าการ
“นี่คือ…ผู้นาสกุลซุนสายรองที่สี่!”
และหลังจากสายรองที่สี่ ก็คือผู้นาสายรองที่สาม ซุนเซิ่ง
ในตอนนี้ ซุนเซิ่งไม่มีท่าทีหยิ่งผยองเหมือนตอนที่อยู่หน้าสมาคมการค้าตระกูลเถี่ยอีกต่อไป
ผมเผ้ารุงรัง ทั้งร่างดูสกปรกมอมแมม ดวงตาว่างเปล่าไร้ประกาย ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวัง
หลังจากซุนเซิ่ง ตามที่ทุกคนคาดไว้ ก็คือผู้นาสายรองที่สองและสายรองที่หนึ่งของตระกูลซุน
เมื่อเห็นถึงตรงนี้ หลายคนพลันกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
และเมื่อทุกคนเห็นว่าหลังจากรถขังนักโทษของสายรองที่หนึ่งแล้ว ยังมีรถขังนักโทษอีกคันด้วย ความสนใจของทุกคนจึงพุ่งไปที่นั่นทั้งหมด
และเมื่อมองให้ชัดเจน ก็พบว