“อืม”
โจวเซิงพยักหน้า ก่อนจะอธิบายว่า
“สำนักปีศาจเลือด หนึ่งในสามสำนักมารใหญ่แห่งดินแดนทางใต้ มีศิษย์มากมาย ล้วนเป็นพวกใจดำโหดเหี้ยม ไม่เลือกวิธีการ สิ่งสำคัญคือวิธีการชั่วร้ายต่าง ๆ ของพวกเขามีมากมายไม่ซ้ำแบบ”
“แม้แต่หมู่บ้านของตระกูลเหมียวในเขาหมื่นลี้ก็ไม่กล้าไปยุ่งกับพวกเขาง่าย ๆ”
“สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อหกสิบปีก่อน ประมุขสำนักปีศาจเลือดก็มีวรยุทธ์ระดับกึ่งมหาราชาปรมาจารย์แล้ว บัดนี้ เวลาผ่านไปหกสิบปี ไม่มีใครรู้ว่าประมุขสำนักปีศาจเลือดได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปแล้วหรือไม่ อาจจะก้าวข้ามไปแล้วหรืออาจจะยังก็ได้”
“สรุปคือ ก่อนที่ไพ่ตายของสำนักปีศาจเลือดจะถูกเปิดเผย ข้าขอแนะนำเป็นการส่วนตัวว่า คนของตระกูลซุนที่เหลือสามารถฆ่าได้ แต่ควรจะเก็บคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสำนักปีศาจเลือดไว้และคุมขังพวกเขา เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง จะได้มีทางออกให้พูดคุยได้”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ซุนเต๋อโหวที่อยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าหลายครั้ง
“เขาพูดถูก ถ้าพวกท่านไม่อยากเป็นศัตรูกับสำนักปีศาจเลือด ก็ไม่ควรฆ่าพวกเรา”
“ไม่คาดคิดว่าจวนผู้ว่าการยังมีคนฉลาดอยู่อีกคนหนึ่ง”
บรรพบุรุษตระกูลซุนเบนสายตาจากโจวเซิงมายังหลี่เต้า อาจเป็นเพราะคิดว่าตนเองทำให้หลี่เต้าหวาดกลัวได้แล้ว สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนเป็นเย่อหยิ่งขึ้นมา
เขาค่อย ๆ กล่าวว่า
“เจ้าหนุ่ม ข้าขอแนะนำเจ้าว่าอย่าได้ทำอะไรโดยไม่คิดให้รอบคอบ หากวันที่สำ