่หรือไม่?”
ในตอนนี้ สมาชิกตระกูลซุนที่เหลือไม่มีใครกล้าพูดมาก ต่างพากันส่ายหัวอย่างรีบร้อน
กลัวว่าจะเดินตามรอยคนปากมากคนก่อนหน้า
ต่อเรื่องนี้ ซุนเต๋อโหวทำเป็นมองไม่เห็น พูดต่อไปว่า
“พวกเจ้าคิดว่าข้าอยากส่งพวกเขาออกไปหรือ? ข้าก็ไม่อยาก แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้ว่าการ”
“หากวันนี้ตระกูลซุนของพวกเรากล้าต่อต้านผู้ว่าการผู้นี้อย่างโจ่งแจ้ง พรุ่งนี้อีกฝ่ายก็จะมีข้ออ้างส่งกองทัพมาล้อมเราได้ทันที ดังนั้นเมื่อครู่พวกเราจึงต่อต้านไม่ได้”
เมื่อเห็นซุนเต๋อโหวดูเหมือนจะกลับมามีสติดังเดิม สมาชิกตระกูลซุนคนหนึ่งก็ข่มความกลัวในใจไว้แล้วเอ่ยปากว่า
“ท่านประมุขใหญ่ นี่หมายความว่าตระกูลซุนของพวกเราจะยอมรับเช่นนี้หรือ?”
“ยอมรับหรือ?”
ซุนเต๋อโหวส่ายหน้า
“ตระกูลซุนของพวกเราตั้งมั่นอยู่ในเมืองเทียนหนานมาหลายปี จะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ว่าการก็ตาม”
“แล้วพวกเรา…”
ซุนเต๋อโหวเงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า จู่ ๆ ก็เผยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
แยกเขี้ยวยิ้มกล่าว
“พวกเราคือหนูในความมืด ไม่อาจทนแสงสว่างได้”
“แต่เมื่อแสงสว่างจางหายไป ทุกอย่างก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว”
หลี่เต้าไปอย่างรวดเร็วรุนแรง เมื่อกลับมาย่อมยิ่งดึงดูดความสนใจมากมาย
ไม่นานนัก เรื่องที่จวนผู้ว่าการและคนตระกูลซุนปะทะกันก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองเทียนหนาน
ภายในสมาคมการค้าตระกูลเถี่ย
เมื่อเถี่ยซานได้รับข่าว