เมื่อเห็นร่างที่ก้าวเข้ามา เสียงอุทานพร้อมกันสามเสียงก็ดังขึ้น
“เป็นเจ้า!”
แม้จะพูดคำเดียวกัน แต่น้ำเสียงของทั้งสามคนนั้นแตกต่างกันอย่างมาก
ในน้ำเสียงของซุนเซิ่งแฝงไว้ด้วยความประหลาดใจ
ในน้ำเสียงของปี้โยวเอ๋อร์เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
ส่วนเถี่ยซานเหนียงเริ่มต้นด้วยความตกใจ แต่ต่อมากลับแสดงสีหน้าเหมือนกับรู้อยู่แล้วว่าเป็นเช่นนี้
“คนชั่ว เป็นเจ้าจริงๆ เจ้านี่…”
ปี้โหยวเอ๋อร์พูดได้ครึ่งทางก็เอามือปิดปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว ขณะนี้นางเพิ่งจะตอบสนองได้เล็กน้อย น้ำเสียงมีความไม่อยากเชื่อเจือปนอยู่
“หรือว่าเจ้าก็คือท่านผู้ว่าการที่เล่าลือกันนั่น”
เมื่อเห็นปี้โหยวเอ๋อร์อ้าปากค้าง หลี่เต้าก็ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า
“หากไม่มีหลี่เต้าคนที่สองแล้ว ข้าก็คงเป็นท่านผู้ว่าการที่เจ้าพูดถึงนั่นแหละ”
จากนั้น หลี่เต้ามองก็ไปที่เถี่ยซานเหนียงแล้วค่อย ๆ กล่าวว่า
“คุณหนูเถี่ย ไม่ได้พบกันนาน”
แม้จะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่เมื่อหลี่เต้าปรากฏตัวต่อหน้า เถี่ยซานเหนียงพลันรู้สึกงุนงงในใจอย่างบอกไม่ถูก ทว่านางก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว พยักหน้าเบา ๆ ตอบ
“ไม่ได้พบกันนาน”
หลังจากทักทายเสร็จแล้ว หลี่เต้าจึงหันกลับมามองซุนเซิ่ง แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า
“ขออภัยท่านผู้นำตระกูลซุน การที่ข้าบุกรุกเข้ามาโดยพลการนั้นถือเป็นความไม่สุภาพของข้า แต่ทว่าเมื่อบังเอิญได้ยินคำพูดเช่นนั้นของท่านผู้นำตระกูลซุนเข้า ข้าก็ต้องเข้ามาอย่างเสีย