ึ่ง โอรสสวรรค์จึงเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า “เรื่องนี้มอบให้เจ้า เจ้าจัดการตามเห็นสมควรแล้วกัน”
อันฉางเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “วางพระทัยได้พะยะคะ กระหม่อมจะเลือกคนของตระกูลใหญ่ให้จัดการ” โอรสสวรรค์โบกมือ อันฉางจึงรีบถอยออกไปทันที
หลังอันฉางจากไป โอรสสวรรค์เคาะโต๊ะเบาๆ ห้าครั้งติดต่อกัน เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าโต๊ะ เป็นเทพจอมโจรนั่นเอง
โอรสสวรรค์เอ่ยถามว่า “เจ้าจับจุดอ่อนของเขาได้มากแค่ไหน”
เทพจอมโจรตอบว่า “มากพอจะล้างเก้าชั่วโคตรของเขาได้ ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกเลยพะยะคะ”
โอรสสวรรค์แค่นหัวเราะ “เช่นนั้นก็จับตาดูเขาต่อไป อย่าให้ไก่ตื่น ไม่ต้องขัดขวางเรื่องที่เขาแทรกซึมไปในหน่วยองครักษ์ชุดขาว ขอแค่เราควบคุมหัวใจของกองกำลังไว้ได้ เราจะได้รู้เสียทีว่าเขาคือขุนนางผู้จงรักภักดีแต่ละโมบ หรือแท้จริงแล้วคือกังฉินที่ละโมบและชั่วช้าทั้งสองอย่างกันแน่”
“พะยะคะ!” เทพจอมโจรขานรับ
โอรสสวรรค์เปลี่ยนเรื่อง ถามว่า “แล้วนักปราชญ์กวนเล่า เขาว่าอย่างไร”
เทพจอมโจรตอบอย่างจนใจว่า “เขาไม่ประสงค์เข้าสู่ราชสำนัก หากมีศัตรูต่างเผ่าบุกรุกต้าจิ่งเขาจะออกมือเองพะยะคะ”
“ก็ดี เพียงแค่นั้นก็พอแล้ว อย่างน้อยคนอื่นก็ชักจูงเขาไม่ได้ และเกณฑ์ที่เขาจะลงมือก็สอดคล้องกับประโยชน์ของเรา” โอรสสวรรค์โบกมือเป็นสัญญาณให้เทพจอมโจรถอยออกไป เทพจอมโจรคารวะด้วยความเคารพแล้วหายตัวไปจากห้องทรงพระอักษร
ปลายเดือนสิบสอง รัฐเป่ยเสวียนเกณฑ์ทัพให