เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเฉียนซื่อ หลี่เต้าจึงเอ่ยว่า
“สองคนก็สองคน มีสองคนนี้แล้ว ต่อไปก็จะมีสิบคน ยี่สิบคน หรือแม้แต่มากกว่านั้น”
พูดจบ หลี่เต้าก็เดินไปที่หีบที่เฉียนซื่อนำมา เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อเปิดหน้าแรกดู ก็ปรากฏชื่อของคนแซ่ซุน
เฉียนซื่อที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากอธิบาย
“หนังสือทุกเล่มแทนคนตระกูลซุนหนึ่งคน อาชญากรรมหรือสิ่งที่พวกเขาทำผิดกฎหมาย ข้าได้บันทึกไว้ในหน้าถัดไป”
หลี่เต้าพยักหน้า พลิกกระดาษดูต่อ
หลังจากดูไปสักพัก เขาก็วางเล่มในมือลง แล้วหยิบเล่มที่สองขึ้นมา
สุดท้าย เขาดูไปสิบกว่าเล่มเต็ม ๆ จึงหยุดมือ
“ทำได้ดีมาก”
หลังจากวางหนังสือในมือลง หลี่เต้าก็เงยหน้ามองเฉียนซื่อ
“แต่เจ้าไม่ใช่คนของตระกูลซุนหรอกหรือ? ทำไมถึงทำเรื่องนี้อย่างจริงจังเช่นนี้”
หากไม่รู้ตัวตนก่อนหน้านี้ของเฉียนซื่อ เพียงแค่ดูสิ่งเหล่านี้ เขาคงคิดว่าเฉียนซื่อกับตระกูลซุนมีความแค้นที่ฝังรากลึกแน่ ๆ
“คนของตระกูลซุน?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉียนซื่อก็ยิ้มขื่น
“ท่านผู้ว่าการ ท่านมองข้าสูงเกินไปแล้ว”
“ถึงผู้เป็นนายคนก่อนของข้าพอจะนับว่าเป็นคนของตระกูลซุนได้ แต่ข้าเป็นเพียงลูกน้องธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น”
“ส่วนที่ท่านว่าข้าทำงานนี้อย่างตั้งใจ ข้าขอพูดตามตรงอย่างไม่กลัวท่านหัวเราะเยาะ ความจริงแล้ว ตอนแรกข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นในตอนนี้ เพียงแต่ว่าที่เมืองเทียนหนานนี้ หากไม่อยากถูกคนรังแก ก็ต้อ