งรังแกคนอื่นเสียเอง”
“วันนั้นที่ท่านเห็นข้า พูดตามตรงข้าก็แค่อาศัยฤทธิ์สุรา จึงได้แสดงความเหิมเกริมไปชั่วขณะ ข้าไม่กล้าไปสร้างความขุ่นเคืองให้กับคนท้องถิ่น เลยได้แต่รังแกพวกขี้เมาและคนต่างถิ่นที่เพิ่งมาถึงเท่านั้น”
“ส่วนสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองเทียนหนาน ความจริงแล้วคนส่วนใหญ่ในเมืองเทียนหนานล้วนไม่ชอบพวกเขา เพียงแต่ต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของพวกเขา หากไม่ถูกรังแก ก็ต้องคล้อยตามพวกเขาไปทำเรื่องเลวร้าย นานวันเข้า สุดท้ายพวกเราก็แยกไม่ออกว่าตัวเองเป็นคนแบบไหนกันแน่”
พอพูดถึงตรงนี้ เฉียนซื่อก็โค้งคำนับให้กับหลี่เต้า
“ท่านผู้ว่าการ ต้องขอบคุณท่านที่ตีเรียกสติข้าในวันนั้น มิเช่นนั้น จุดจบของข้าอาจเป็นเพียงคนที่ถูกยอดฝีมือที่ซ่อนตัวเช่นท่านฆ่าทิ้งอย่างไร้เหตุผลในวันใดวันหนึ่งก็ได้”
สำหรับคำพูดของเฉียนซื่อ หลี่เต้าใช้เลือดวิเศษในร่างยืนยันได้ว่าเขาไม่ได้โกหก
หากคนบางคนในเมืองเทียนหนานเป็นอย่างที่เฉียนซื่อกล่าวจริง เช่นนั้นแผนการต่อไปของเขาก็น่าจะดำเนินไปได้ดียิ่งขึ้น
สุดท้าย หลี่เต้ามองจึงไปที่เฉียนซื่อแล้วกล่าวว่า
“ในเมื่อเจ้าทำได้แล้ว ชีวิตของเจ้าก็ปลอดภัยชั่วคราว”
“ต่อจากนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว หากเจ้าต้องการสร้างผลงาน ก็จงช่วยข้ารวบรวมหลักฐานที่เหลือต่อไป หากไม่อยากทำข้าก็ไม่บังคับ เพียงแค่ปิดปากให้สนิทก็พอ”
เสียงพูดเพิ่งจะจบลง เฉียนซื่อก็รีบกล่าวขึ้นมาทันที
“ท่านผู้ว่าการ ข้าอยากจะช่วย