ยังมีความเชื่อมโยงบางอย่างเพิ่มขึ้นมาด้วย”
“หากไม่โผล่หัวออกมาก็ยังพอว่า แต่ถ้าโผล่หัวออกมาแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เดิมเกิดขึ้นอีก จวนผู้ว่าการจะเป็นเป้าหมายที่ทั้งแดนใต้จะรุมโจมตีอย่างแน่นอน แดนใต้ในตอนนี้เป็นเหมือนกองขยะที่กัดคน อยากจะจัดการก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็กล่าวยิ้ม ๆ ว่า “ใครบอกว่าข้าจะจัดการกับกองขยะนี้เล่า?”
โจวเซิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นในดวงตาก็ปรากฏแววที่ไม่รู้ว่าเป็นความผิดหวังหรือความชินชา เขาเอ่ยช้า ๆ ว่า “ไม่จัดการก็ดี ปล่อยให้มันเน่าเฟะไปเลย”
หลี่เต้าส่ายหน้า “แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้มันเน่าเฟะได้เช่นกัน อย่างไรเสีย ข้าต้องอยู่ที่นี่สามปี หลังจากสามปีทางราชสำนักยังต้องมาตรวจสอบอีก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ โจวเซิงพลันชะงักอีกครั้ง เมื่อได้สติกลับมาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ท่านไม่อยากจัดการกับกองขยะนี้ แต่ก็ไม่อยากให้มันเน่าเฟะ แล้วท่านอยากจะทำอย่างไร?”
“ง่ายมาก” หลี่เต้าเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มจาง “ในเมื่อเป็นกองขยะ ข้าก็จะทำลายมันทิ้ง แล้วค่อยจัดวางกองใหม่ หากเป็นกองใหม่แล้ว ข้าอยากจะจัดวางอย่างไรก็จัดวางอย่างนั้น”
ทำลาย? โจวเซิงยืนตะลึงอยู่กับที่ เมื่อได้สติกลับมาเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา สำหรับคำพูดของหลี่เต้าที่เขาได้ยินเข้าหูนั้น ช่างน่าตกตะลึงจริง ๆ
แต่ความตกตะลึงก็คือความตกตะลึง ความคิดนั้นดี แต่ความเป็นจริงจะง่ายขนาดนั้นไ